
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ท กรุงเทพ รับพิมพ์งานขนาดใหญ่ครบวงจร
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ทในกรุงเทพที่รับงานพิมพ์ขนาดใหญ่ครบวงจร ตั้งแต่ป้ายไวนิล บิลบอร์ด หุ้มอาคาร กล่องไฟ ถึงหุ้มรถองค์กร ด้วยเครื่อง UV หน้ากว้างและมาตรฐาน 3M MCS

การพิมพ์วอลเปเปอร์แบบ custom ช่วยให้งานออกแบบภายในไม่ซ้ำใคร แต่ระหว่างไฟล์ดีไซน์กับผนังที่ติดตั้งเสร็จแล้ว มีรายละเอียดที่ต้องเข้าใจก่อนสั่งงานหลายจุด บทความนี้รวมทุกอย่างที่นักออกแบบภายในควรรู้ไว้ในที่เดียว
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสั่ง custom inkjet wallpaper คือไฟล์ต้องมีความละเอียดที่เหมาะกับระยะมองอย่างน้อย 100 ถึง 150 DPI และอยู่ในโหมดสี CMYK เลือกวัสดุให้ตรงกับพื้นที่ใช้งานคือ Non woven สำหรับห้องทั่วไป PVC สำหรับพื้นที่เปียกชื้นหรือต้องเช็ดทำความสะอาดบ่อย และ Fabric สำหรับงานที่ต้องการผิวสัมผัสพรีเมียม พื้นผิวติดตั้งต้องเรียบและไม่มีความชื้นซึมก่อนเริ่มงานเสมอ
วัสดุวอลเปเปอร์พิมพ์ inkjet มีอยู่ 3 ประเภทหลัก แต่ละชนิดเหมาะกับบริบทที่แตกต่างกัน
Non-woven (วัสดุใยสังเคราะห์ไม่ทอ) เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงาน residential และ commercial ระดับกลางถึงบน ข้อดีหลักคือติดตั้งง่ายกว่าวัสดุอื่น ทนความชื้นได้ดีพอสมควร และเมื่อถึงเวลาเปลี่ยน ลอกออกได้เป็นแผ่นโดยไม่ฉีกขาดง่าย เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่สำนักงานที่ไม่รับความชื้นสูง
PVC (ไวนิล) ทนทานที่สุดในสามประเภท ทนต่อการเช็ดทำความสะอาด ความชื้น และการสัมผัสบ่อยครั้ง เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทาน เช่น ทางเดิน ห้องครัว โรงแรม หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีคนผ่านเยอะ ข้อควรระวังคือ PVC มีน้ำหนักมากกว่าและไม่ "หายใจ" ได้เหมือน Non-woven ผนังที่มีความชื้นซึมต้องแก้ปัญหาผนังก่อนติดตั้ง
Fabric (ผ้า) ให้ผิวสัมผัสและบรรยากาศที่แตกต่างจากวัสดุอื่นอย่างชัดเจน เหมาะกับงานที่ต้องการความรู้สึก premium เช่น ห้องพักโรงแรมระดับบน ห้องอาหาร หรือพื้นที่รับแขกที่ต้องการ texture บนผนัง ดูดซับเสียงได้ดีกว่า PVC เป็นข้อได้เปรียบในพื้นที่ที่ต้องการ acoustic comfort ข้อเสียคือทำความสะอาดได้ยากกว่าและราคาสูงกว่าสองประเภทแรก
นี่คือจุดที่เกิดความเข้าใจผิดบ่อยที่สุด
หลักการสำคัญคือ ความละเอียดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะที่ผู้ชมจะยืนมองผนังนั้น ไม่ใช่ตัวเลข DPI อย่างเดียว โปสเตอร์ที่ดูในระยะ 2 เมตร ต้องการความละเอียดขั้นต่ำประมาณ 100 DPI ในขณะที่สิ่งพิมพ์ที่ถือในมือต้องการ 300 DPI ระยะการมองคือตัวแปรที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่ตัวเลข DPI เพียงอย่างเดียว
สำหรับวอลเปเปอร์โดยเฉพาะ: ความละเอียดที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์ดิจิทัลคือ 150 DPI และสามารถทำงานได้ดีที่ 300 DPI เช่นกัน แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการ specify ความละเอียดให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะถ้าเลือก resolution ผิดในขั้นตอนส่งไฟล์ ภาพอาจพิมพ์ออกมาในขนาดที่ไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้
แนวทางปฏิบัติสำหรับนักออกแบบ:
ผนังที่มีระยะการมองปกติ 1.5 ถึง 3 เมตร: ใช้ 100 ถึง 150 DPI ที่ขนาดจริง ผนังที่ลูกค้าจะยืนใกล้หรือสังเกตรายละเอียด: ใช้ 150 ถึง 200 DPI งานที่มีข้อความหรือ logo ที่ต้องการความคมชัดสูง: ภาพที่มีข้อความควรใช้ความละเอียด 400 DPI เพื่อความคมชัดสูงสุด
กฎง่ายๆ ที่ใช้ได้จริง: เอาขนาดผนังจริงเป็นเซนติเมตร คูณด้วย 60 จะได้จำนวน pixel ขั้นต่ำในแต่ละด้านที่ไฟล์ควรมี เช่น ผนังกว้าง 4 เมตร = 400 ซม. × 60 = 24,000 pixels ขั้นต่ำในด้านกว้าง
รูปแบบไฟล์ที่แนะนำ
TIFF หรือ PDF คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับงาน large format เพราะเก็บข้อมูลสีได้ครบถ้วนโดยไม่มีการบีบอัด JPEG ใช้ได้แต่ควรเซฟในคุณภาพสูงสุด (quality 10 ถึง 12) และไม่ควรเซฟทับซ้อนหลายรอบเพราะจะทำให้คุณภาพลดลงทุกครั้ง
สำหรับงานที่มีโลโก้หรือกราฟิกตัดเส้น ควรเตรียมเป็น vector (AI หรือ EPS) แยกมาด้วยเพื่อให้ผู้ผลิตสามารถรวมไฟล์ได้อย่างคมชัด
ระบบสี
ไฟล์ควรอยู่ในโหมด CMYK ไม่ใช่ RGB เพราะระบบพิมพ์ใช้ CMYK และการแปลงสีจาก RGB ในขั้นตอนสุดท้ายอาจทำให้สีเพี้ยนโดยที่ไม่รู้ตัว หากงานมีสีที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น สี brand หรือสีที่ต้องเข้าคู่กับวัสดุอื่นในโปรเจกต์ ควรระบุ Pantone reference มาด้วย
Bleed และ Margin
ผนังมักมีมิติที่ไม่สม่ำเสมอ ควรบวกระยะ bleed อย่างน้อย 2 ถึง 5 เซนติเมตรในทุกด้านเผื่อไว้สำหรับการตัดและปรับระหว่างติดตั้ง อย่าวางองค์ประกอบสำคัญชิดขอบไฟล์ เพราะส่วนนั้นอาจถูกตัดหรือพับออกระหว่างติดตั้ง
ขั้นตอนที่ 1: วัดพื้นที่ผนังจริงทั้งหมดที่ต้องการปิด (กว้าง × สูง) และบวก 10% สำหรับการตัดแต่งและข้อผิดพลาดระหว่างติดตั้ง
ขั้นตอนที่ 2: ถ้าดีไซน์มี pattern ที่ต้องจับลาย (pattern repeat) ต้องคำนวณเผื่อการสูญเสียวัสดุจากการจับลายด้วย โดยทั่วไปถ้า repeat ใหญ่ขึ้น การสูญเสียยิ่งมาก ผนังที่มีหน้าต่างหรือประตูหลายช่องมักสูญเสียวัสดุมากกว่าที่คิด
ขั้นตอนที่ 3: แจ้งผู้ผลิตถึงจำนวนแผ่นที่ต้องการพร้อมกับความกว้างต่อแผ่น วอลเปเปอร์พิมพ์ inkjet มักผลิตเป็นแผ่นตามความกว้างของเครื่องพิมพ์ ซึ่งอาจต่างจากวอลเปเปอร์ม้วนมาตรฐาน
ส่งไฟล์ขนาดเล็กแล้วขอขยาย นี่คือปัญหาที่พบบ่อยที่สุด การนำไฟล์ความละเอียดต่ำมาขยายให้เต็มผนังจะทำให้เห็นรอยพิกเซลชัดเจน ซึ่งแก้ไขไม่ได้ในขั้นตอนการผลิต ควรตรวจสอบขนาด pixel จริงของไฟล์ก่อนส่งเสมอ
ไม่ทำ press proof ก่อนสั่งผลิตเต็ม สีที่เห็นบนหน้าจอและสีที่พิมพ์ออกมาบนวัสดุจริงมักแตกต่างกัน โดยเฉพาะในวัสดุที่มีพื้นผิวหรือโทนสีของตัวเอง เช่น ผ้า หรือ Non-woven ที่มีโทนครีม การขอ proof แผ่นเล็กก่อนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากหากสีไม่ตรง
ลืมบวก bleed ผนังมุมหรือผนังที่ไม่สม่ำเสมอต้องการระยะเผื่อมากกว่าผนังเรียบ ถ้าไม่บวก bleed และผนังไม่ได้ฉากสมบูรณ์ ลายอาจไม่ต่อกันหรือมีขอบขาวโผล่
ส่งไฟล์ RGB แทน CMYK ทำให้สีที่พิมพ์ออกมาต่างจากที่เห็นในหน้าจอ โดยเฉพาะสีฟ้าสว่าง สีเขียวสด และสีส้มที่มักหม่นกว่าในระบบ CMYK
ไม่ระบุทิศทางการติดตั้ง วอลเปเปอร์ที่มีลาย directional หรือภาพถ่ายต้องระบุว่าแผ่นไหนติดซ้ายขวาและลำดับการติดอย่างชัดเจน ถ้าผู้ผลิตตัดแผ่นมาแล้วและลืมระบุ การติดตั้งอาจสลับลายโดยไม่รู้ตัว
ระยะเวลาผลิตมาตรฐานหลังจากอนุมัติ proof แล้วอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 3 วันทำการ แต่สำหรับโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่หรือวัสดุพิเศษ ควรบวกเวลาเผื่อไว้เสมอ timeline ที่แนะนำสำหรับงาน residential ทั่วไปคือ: ส่งไฟล์และขอ proof รออนุมัติ proof 1 ถึง 3 วัน ผลิต 5 ถึง 7 วัน จัดส่งและเตรียมติดตั้ง รวมแล้วควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 2 ถึง 3 สัปดาห์ก่อนวันติดตั้งจริง
สิ่งที่นักออกแบบภายในต้องการจากผู้ผลิตไม่ใช่แค่การพิมพ์ แต่คือความเข้าใจในรายละเอียดของงาน ตั้งแต่การตรวจสอบไฟล์ก่อนพิมพ์ การแนะนำวัสดุที่ตรงกับบริบทโปรเจกต์ และการผลิต proof ที่ให้เห็นผลลัพธ์จริงก่อนตัดสินใจ
Prodecal พิมพ์วอลเปเปอร์ custom ด้วยระบบ inkjet คุณภาพสูง ครอบคลุมวัสดุ Non-woven PVC และ Fabric พร้อมให้คำแนะนำตั้งแต่การเตรียมไฟล์จนถึงการส่งมอบงาน เพื่อให้ทุกโปรเจกต์ออกมาตรงกับที่ออกแบบไว้
พิมพ์ลายเองได้ทุกแบบไหม
ได้ ไฟล์ลายที่ลูกค้าออกแบบเองสามารถพิมพ์ลงวัสดุ Non woven PVC หรือ Fabric ได้ทั้งหมด ขอเพียงไฟล์มีความละเอียดเพียงพอและอยู่ในโหมดสี CMYK ตั้งแต่ต้น
ไฟล์ต้องความละเอียดเท่าไหร่
ความละเอียดที่เหมาะสมสำหรับวอลเปเปอร์คือ 100 ถึง 150 DPI ที่ขนาดจริงสำหรับผนังทั่วไป และ 300 ถึง 400 DPI สำหรับงานที่มีข้อความหรือ logo ที่ต้องการความคมชัดสูง
ติดห้องน้ำหรือที่ชื้นได้ไหม
ได้ แต่ควรเลือก PVC เพราะทนความชื้นและเช็ดทำความสะอาดได้ดีที่สุดในสามวัสดุ ส่วน Non woven และ Fabric ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงต่อเนื่อง
บทความที่เกี่ยวข้อง