
สื่อ DOOH ในไทยเหมาะกับแคมเปญแบบไหน และเมื่อไหร่ป้ายพิมพ์คุ้มกว่า
จอ LED กลางเมืองไม่ใช่คำตอบของทุกแคมเปญ มุมมองจากคนผลิตป้ายที่เห็นทั้งสองโลกว่างบเท่ากันควรลงตรงไหนถึงได้ผลจริง

ลองนึกถึงเส้นทางไปทำงานทุกเช้า ป้ายใหญ่ริมทางด่วนโค้งเดิม กล่องไฟหน้าร้านสะดวกซื้อ ภาพหุ้มตึกที่เห็นแต่ไกล หรือรถส่งของคันที่ขับตามหลังมาพร้อมโลโก้เต็มท้ายรถ ทั้งหมดนี้คือสื่อที่เราเห็นโดยไม่ต้องเปิดแอปไหนเลย และเห็นซ้ำจนจำได้โดยไม่รู้ตัว
ในวงการโฆษณาเรียกสื่อกลุ่มนี้ว่าสื่อนอกบ้านหรือ OOH ซึ่งเป็นสื่อที่เก่าแก่ที่สุดแบบหนึ่งของโลก แต่ยังโตต่อเนื่องแม้ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าดูมือถือ ในบทความนี้ ทีมผลิตของ Prodecal ที่ทำงานสื่อนอกบ้านมาแล้วหลายร้อยชิ้น จะพาไปดูว่าสื่อนอกบ้านคืออะไร มีกี่ประเภท จุดแข็งที่สื่อออนไลน์แทนไม่ได้คืออะไร และจะเลือกยังไงให้ตรงกลุ่มลูกค้าจริง ๆ ไม่ใช่แค่ป้ายสวยแต่คนดูไม่ใช่กลุ่มเรา
สื่อนอกบ้านคือสื่อโฆษณาทุกแบบที่คนเห็นตอนออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน โดย OOH ย่อมาจาก Out of Home ครอบคลุมตั้งแต่บิลบอร์ดริมถนน ป้ายกล่องไฟหน้าร้าน ภาพหุ้มอาคาร รั้วโครงการก่อสร้าง สื่อบนรถ ไปจนถึงสื่อในห้าง จุดร่วมของทั้งหมดคือคนเห็นซ้ำในเส้นทางชีวิตประจำวันโดยกดข้ามไม่ได้
บางครั้งจะเห็นคำว่า Out of Home Media หรือสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย ซึ่งหมายถึงสิ่งเดียวกันทั้งหมด และในช่วงหลังยังมีคำว่า DOOH ที่หมายถึงสื่อนอกบ้านแบบจอดิจิทัลเพิ่มเข้ามาอีก ใครสงสัยว่าสองแบบนี้ต่างกันยังไงและงบเท่ากันควรเลือกแบบไหน เราเขียนเปรียบเทียบไว้ละเอียดในบทความ OOH กับ DOOH ต่างกันยังไงและแบบไหนเหมาะกับแบรนด์
ถ้ามองจากสายผลิตที่ต้องพิมพ์และติดตั้งงานเหล่านี้จริง สื่อนอกบ้านในไทยแบ่งได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
บิลบอร์ด คือป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บนโครงสร้างถาวรริมถนนและทางด่วน เป็นภาพจำอันดับแรกเมื่อพูดถึงสื่อนอกบ้าน จุดแข็งคือมองเห็นจากระยะไกลและเข้าถึงคนจำนวนมากในทำเลเดิมซ้ำทุกวัน เราเล่ารายละเอียดตั้งแต่ประเภทจนถึงการเลือกทำเลไว้ในบทความ บิลบอร์ดคืออะไรและมีกี่แบบ
กล่องไฟและป้ายหน้าร้าน คือสื่อนอกบ้านที่ใกล้จุดตัดสินใจซื้อที่สุด เพราะคนที่เห็นคือคนที่เดินผ่านหน้าร้านอยู่แล้ว ป้ายกลุ่มนี้ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน ร้านที่กล่องไฟสว่างสม่ำเสมอกับร้านที่ไฟดับครึ่งป้ายให้ความรู้สึกต่างกันมากในสายตาลูกค้า งานกลุ่มนี้ครอบคลุมถึงหน้าร้านแบรนด์หรูด้วย อย่าง กล่องไฟหน้าร้านแบรนด์แฟชั่นหรูในห้างกลางเมือง ที่ทีมเราผลิตให้
Building Wrap คือการหุ้มผนังอาคารด้วยผืนภาพพิมพ์ขนาดใหญ่ เป็นสื่อนอกบ้านที่สะดุดตาที่สุด เพราะขนาดระดับตึกทำให้มองเห็นข้ามแม่น้ำหรือข้ามทางด่วนได้ และให้ความรู้สึกว่าแบรนด์นี้เป็นตัวจริงในตลาด
Hoarding หรือรั้วโครงการ คือภาพพิมพ์บนรั้วรอบพื้นที่ก่อสร้าง นิยมมากในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพราะเปลี่ยนรั้วเหล็กธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องโครงการยาวหลายสิบเมตรบนทำเลของโครงการเอง คนที่ขับผ่านทุกวันจะซึมซับภาพโครงการไปเรื่อย ๆ จนถึงวันเปิดขาย งานกลุ่มนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รั้วโครงการ เพราะผนังล้อมพื้นที่หน้าร้านในห้างก็ใช้หลักเดียวกัน อย่างงาน สื่อพิมพ์ล้อมผนัง 2 ชั้นหน้าร้านแบรนด์หรูในห้าง ที่ทีมเราผลิตและติดตั้ง
สื่อบนรถ คือการเปลี่ยนรถองค์กร รถบริษัท หรือรถส่งของให้เป็นป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ ข้อได้เปรียบคือไม่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่สื่อเพราะรถเป็นทรัพย์สินของบริษัทอยู่แล้ว และวิ่งเข้าถึงย่านที่ป้ายนิ่งเข้าไม่ถึง ยิ่งรถวิ่งเส้นทางประจำ คนก็ยิ่งเห็นซ้ำบ่อย
สื่อในห้างและสื่อ ณ จุดขาย คือสื่อที่อยู่ในพื้นที่ขายตั้งแต่ป้ายแขวนเพดาน สแตนดี้ ไปจนถึงชั้นวางสินค้าพิเศษ เป็นสื่อที่อยู่ใกล้มือลูกค้าที่สุดในจังหวะที่กำลังจะหยิบสินค้า จึงเน้นกระตุ้นการตัดสินใจมากกว่าการสร้างการจดจำระยะยาว
คำถามที่เจอบ่อยคือยุคนี้ใคร ๆ ก็อยู่ในมือถือแล้วทำไมแบรนด์ใหญ่ยังจองพื้นที่สื่อนอกบ้านกันข้ามปี คำตอบอยู่ที่สามข้อที่สื่อออนไลน์ให้ไม่ได้
ข้อแรกคือความถี่ คนที่ใช้เส้นทางเดิมทุกวันจะเห็นป้ายเดิมซ้ำหลายสิบครั้งต่อเดือนโดยแบรนด์ไม่ต้องจ่ายเพิ่มต่อการมองเห็นแต่ละครั้ง ข้อสองคือกดข้ามไม่ได้ ป้ายไม่มีปุ่ม Skip ไม่มี Ad Blocker และไม่หายไปเมื่อเลื่อนฟีด ข้อสามคือความน่าเชื่อถือ แบรนด์ที่ลงทุนป้ายใหญ่ในทำเลจริง บอกคนที่เห็นว่าธุรกิจนี้มีตัวตนและมั่นคงพอจะอยู่ตรงนั้นนาน ๆ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่โฆษณาแบนเนอร์ชิ้นเล็กบนเว็บสร้างไม่ได้
ในงานจริง สื่อนอกบ้านกับสื่อออนไลน์ไม่ได้แข่งกันแต่เสริมกัน ป้ายทำหน้าที่สร้างการจดจำจนคนคุ้นชื่อแบรนด์ แล้วสื่อออนไลน์ค่อยปิดการขายตอนคนหยิบมือถือขึ้นมาค้นหา แคมเปญที่ออกแบบให้สองฝั่งทำงานด้วยกันมักได้ผลดีกว่าการเทงบไปฝั่งใดฝั่งเดียว
หลักคิดที่เราแนะนำลูกค้าเสมอคือเริ่มจากเส้นทางของลูกค้า ไม่ใช่เริ่มจากพื้นที่สื่อที่ว่างอยู่ ลองไล่ดูว่ากลุ่มเป้าหมายของเราตื่นเช้ามาเจออะไรบ้าง ขับรถเส้นไหน เดินห้างไหน แล้วค่อยเลือกประเภทสื่อที่แทรกอยู่ในเส้นทางนั้นจริง ๆ ร้านอาหารย่านออฟฟิศอาจได้ผลจากกล่องไฟหน้าร้านมากกว่าบิลบอร์ดบนทางด่วน ขณะที่โครงการคอนโดควรเริ่มจาก Hoarding บนทำเลตัวเองก่อนขยายไปป้ายเส้นทางเข้าออกของย่าน
ข้อต่อมาคือระยะเวลาแคมเปญ ถ้าเป็นงานอีเวนต์หรือโปรโมชันสั้นไม่กี่เดือน เลือกวัสดุมาตรฐานก็เพียงพอและคุ้มงบกว่า แต่ถ้าเป็นป้ายภาพลักษณ์องค์กรที่ตั้งใจให้อยู่ยาวหลายปี ควรเลือกวัสดุเกรดที่ทนกว่าตั้งแต่แรก เพราะการขึ้นไปเปลี่ยนป้ายบนที่สูงแต่ละรอบแพงกว่าค่าวัสดุที่ประหยัดไปตอนต้น
ข้อสุดท้ายคืองบ ให้แบ่งเป็นสองก้อนเสมอคือค่าเช่าพื้นที่กับค่าผลิตและติดตั้ง ทำเลแพงที่สุดไม่ได้แปลว่าคุ้มที่สุด บางครั้งป้ายทำเลรองที่ออกแบบสะดุดตา กลับมีคนพูดถึงมากกว่าป้ายทำเลทองที่ดีไซน์เรียบ ๆ เรารวมไอเดียการออกแบบให้ป้ายเป็นที่จดจำไว้ในบทความ เทคนิคทำบิลบอร์ดให้คนจำได้ ซึ่งหลายเทคนิคใช้งบเพิ่มไม่มาก
หลายคนเข้าใจว่างานสื่อนอกบ้านจบที่การออกแบบ แต่ขั้นที่ตัดสินว่าป้ายจะสวยทนหรือซีดเร็ว คือการผลิตกับการติดตั้ง ที่โรงพิมพ์ของเรา เครื่องพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดพิมพ์หน้ากว้างได้ 5 เมตร ชิ้นงานที่ใหญ่กว่านั้นอย่าง Building Wrap จะพิมพ์เป็นผืนย่อยแล้วนำมาต่อกัน โดยเชื่อมด้วยเครื่องความถี่สูง (High-Frequency Welding) หรือเย็บต่อผืน แล้วแต่ลักษณะงาน เพื่อให้รอยต่อแข็งแรงพอสำหรับงานบนที่สูง กำลังผลิตชุดนี้คือสิ่งที่ทำให้แคมเปญอย่าง แคมเปญซีรีส์ระดับโลก ผลิตและติดตั้งเปิดตัวพร้อมกันได้หลายจุดทั่วกรุงเทพเมื่อ 24 มิถุนายน 2565
เรื่องวัสดุก็สำคัญไม่แพ้กันเพราะแดดเมืองไทยแรงมาก วัสดุและหมึกทั่วไปคงสภาพสีสวยได้ราว 1 ถึง 3 ปี ส่วนงานพิมพ์ระดับ 3M MCS ที่ควบคุมทั้งวัสดุ หมึก และกระบวนการพิมพ์ตามมาตรฐานของ 3M จะทนได้นานกว่าชัดเจน และกลางแจ้งรับประกัน 3M MCS ได้ถึง 3 ปี บวกการรับประกันของเราเองอีก 1 ถึง 2 ปี การเลือกให้ตรงกับอายุแคมเปญตั้งแต่แรกจึงช่วยประหยัดได้จริงในระยะยาว
ส่วนงานติดตั้งบนที่สูงไม่ใช่งานที่ใครก็ทำได้ ทีมติดตั้งของเรามีช่างที่ถือใบ จป. งานที่สูงคอยดูแลหน้างาน เพราะป้ายที่ติดตั้งไม่ดีไม่ใช่แค่เสียภาพลักษณ์แบรนด์แต่เป็นความเสี่ยงต่อคนที่ผ่านไปมาด้วย
OOH กับ DOOH ต่างกันยังไง OOH คือสื่อนอกบ้านทั้งหมดโดยรวม ส่วน DOOH คือสื่อนอกบ้านเฉพาะกลุ่มที่เป็นจอดิจิทัลซึ่งเปลี่ยนภาพได้และขายเวลาเป็นรอบ ป้ายพิมพ์แบบดั้งเดิมได้เปรียบเรื่องการครองพื้นที่คนเดียวตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนจอดิจิทัลได้เปรียบเรื่องความยืดหยุ่นของคอนเทนต์ อ่านการเปรียบเทียบแบบข้อต่อข้อได้ในบทความ OOH กับ DOOH เลือกแบบไหนดี
ทำสื่อนอกบ้านต้องใช้งบเท่าไหร่ ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้เพราะขึ้นกับประเภทสื่อ ทำเล ขนาด และระยะเวลา แต่หลักคิดคือแยกงบเป็นค่าเช่าพื้นที่กับค่าผลิตและติดตั้งเสมอ สื่อบางประเภทอย่างป้ายหน้าร้านหรือรถองค์กรไม่มีค่าเช่าพื้นที่เลยเพราะใช้ทรัพย์สินของธุรกิจเอง จึงเป็นจุดเริ่มที่คุ้มสำหรับธุรกิจที่งบจำกัด
สื่อนอกบ้านอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนสีซีด ขึ้นกับวัสดุและหมึกที่เลือก งานพิมพ์ทั่วไปคงสีสวยได้ราว 1 ถึง 3 ปีภายใต้แดดเมืองไทย ส่วนงานพิมพ์ระดับ 3M MCS ทนได้นานกว่าชัดเจน และกลางแจ้งรับประกันได้ถึง 3 ปี บวกการรับประกันของเราเองอีก 1 ถึง 2 ปี ถ้าแคมเปญสั้นวัสดุมาตรฐานก็เพียงพอ แต่ป้ายที่ตั้งใจให้อยู่ยาวควรลงทุนกับวัสดุที่ทนกว่าตั้งแต่แรก
สื่อนอกบ้านหรือ OOH คือสื่อโฆษณาที่เข้าถึงคนระหว่างใช้ชีวิตนอกบ้าน จุดแข็งคือเห็นซ้ำทุกวัน กดข้ามไม่ได้ และสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ในแบบที่สื่อออนไลน์ทำแทนไม่ได้ ความคุ้มของสื่อกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ที่ป้ายใหญ่ที่สุดหรือทำเลแพงที่สุด แต่อยู่ที่การเลือกประเภทสื่อให้ตรงกับเส้นทางของลูกค้า เลือกวัสดุให้ตรงกับอายุแคมเปญ และผลิตติดตั้งอย่างถูกวิธี ถ้าอยากเห็นภาพรวมงานสื่อนอกบ้านทุกประเภทที่เราทำ ดูได้ที่ บริการสื่อโฆษณานอกบ้านของ Prodecal
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบริการสื่อโฆษณานอกบ้านของ Prodecal
ยังไม่แน่ใจว่าแบรนด์เหมาะกับสื่อนอกบ้านแบบไหนหรืองบเท่านี้ทำอะไรได้บ้าง ปรึกษาทีม Prodecal ได้ที่ LINE หรือโทร 02 294 4617