
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ท กรุงเทพ รับพิมพ์งานขนาดใหญ่ครบวงจร
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ทในกรุงเทพที่รับงานพิมพ์ขนาดใหญ่ครบวงจร ตั้งแต่ป้ายไวนิล บิลบอร์ด หุ้มอาคาร กล่องไฟ ถึงหุ้มรถองค์กร ด้วยเครื่อง UV หน้ากว้างและมาตรฐาน 3M MCS

ในวงการพิมพ์อิงค์เจ็ตขนาดใหญ่ หมึกสองประเภทที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ UV และ Solvent แม้ผลลัพธ์ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าจะดูคล้ายกัน แต่กระบวนการทำงานในระดับโมเลกุล คุณสมบัติทางกายภาพ และความเหมาะสมกับงานแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
พูดสั้นๆ หมึก UV แข็งตัวทันทีด้วยแสง UV จึงเหมาะกับงานพิมพ์ลงวัสดุแข็งอย่างอะคริลิกหรือกระจก และงานตกแต่งภายในที่ต้องการความคมชัดสูงในระยะใกล้ ส่วนหมึก Solvent ซึมลงเนื้อวัสดุ Flexible ทนแดดกลางแจ้งได้ประมาณ 3 ถึง 5 ปี จึงเหมาะกับงานป้ายภายนอกอย่าง Building Wrap และ Vehicle Wrap การเลือกใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับวัสดุที่พิมพ์ สถานที่ติดตั้ง และอายุงานที่ต้องการเป็นหลัก
หัวข้อ | หมึก UV | หมึก Solvent |
|---|---|---|
การแห้งตัว | แข็งตัวทันทีด้วยแสง UV ไม่มีการระเหยของสารเคมี | ตัวทำละลายระเหยและซึมเข้าเนื้อวัสดุ ใช้เวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมง |
วัสดุที่พิมพ์ได้ | ทั้งวัสดุแข็งอย่างกระจก อะคริลิก โลหะ และวัสดุ Flexible เมื่อใช้สูตร Flexible UV | วัสดุ Flexible ที่มีพื้นผิวพรุนอย่าง Cast Vinyl และ Calendered Vinyl |
อายุงานกลางแจ้ง | ทนทานต่อรอยขีดข่วนสูง แต่สูตรมาตรฐานอาจแตกร้าวเมื่อวัสดุโค้งงอมาก | ราว 3 ถึง 5 ปีบน Vinyl คุณภาพดีโดยไม่เคลือบ Laminate |
กลิ่นและการใช้ในอาคาร | ไม่ปล่อย VOC ระหว่างพิมพ์ เหมาะกับพื้นที่ปิดที่คนอยู่ใกล้ชิด | ปล่อย VOC ต้องการระบบระบายอากาศ โดยเฉพาะ Hard Solvent |
ลักษณะงานที่เหมาะ | Lightbox Signage อะคริลิก งานตกแต่งภายใน Point of Sale Display | Billboard Building Wrap Vehicle Wrap และ Banner กลางแจ้งทั่วไป |
หมึก Solvent ประกอบด้วยสารสี (Pigment หรือ Dye) ละลายอยู่ในตัวทำละลายอินทรีย์ (Organic Solvent) เมื่อหมึกตกลงบนวัสดุ ตัวทำละลายจะค่อยๆ ระเหยออกและซึมเข้าสู่ชั้นผิวของวัสดุพร้อมกัน โดยเฉพาะบน PVC Vinyl ที่มีโครงสร้างพรุน หมึกจะแทรกซึมเข้าไปในระดับไมโครเมตร ทำให้การยึดเกาะเกิดขึ้นจากภายในผิววัสดุ ไม่ใช่แค่นั่งอยู่บนผิว กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมงขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและการระบายอากาศ
ปัจจุบันหมึก Solvent แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักตามความเข้มข้นของตัวทำละลาย ได้แก่ Hard Solvent ที่มีตัวทำละลายเข้มข้นสูง ให้การยึดเกาะที่ดีมากแต่มีกลิ่นฉุนและต้องการระบบระบายอากาศที่ดีมาก กับ Eco-Solvent ที่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ที่อ่อนกว่าอย่างกลุ่ม Glycol Ether ซึ่งปลอดภัยกว่าและกลิ่นน้อยกว่า แต่ยังคงให้คุณภาพงานพิมพ์ในระดับสูง Eco-Solvent จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบันสำหรับงานกลางแจ้งทั่วไป
หมึก UV ทำงานด้วยกลไกที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง หมึก UV ประกอบด้วยสารสี (Pigment) ผสมอยู่ในสารพาที่เป็น Monomer และ Oligomer ซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่ยังไม่ได้เชื่อมต่อกัน เมื่อหัวพิมพ์จ่ายหมึกลงบนวัสดุ หลอด UV LED หรือ Mercury Vapor Lamp ที่ติดตั้งข้างหัวพิมพ์จะฉายแสง UV ทันที แสงดังกล่าวกระตุ้น Photoinitiator ในหมึกให้ปล่อย Free Radical ซึ่งเริ่มกระบวนการ Polymerization ทำให้ Monomer และ Oligomer เชื่อมต่อกันกลายเป็น Polymer โซ่ยาวและแข็งตัวในเสี้ยววินาที กระบวนการนี้เรียกว่า Photopolymerization และเกิดขึ้นโดยไม่มีการระเหยของสารเคมีใดๆ
ความแตกต่างของกลไกการแห้งตัวส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการยึดเกาะของหมึกกับวัสดุ
หมึก Solvent ยึดเกาะแบบ Mechanical Adhesion คือหมึกซึมเข้าไปในโครงสร้างของวัสดุและล็อคตัวอยู่ภายใน เมื่อตัวทำละลายระเหยออกจะทิ้งชั้นสีที่ฝังตัวอยู่ในวัสดุ วิธีนี้ทำให้การยึดเกาะแน่นหนามากบนวัสดุที่มีพื้นผิวพรุน แต่ใช้ไม่ได้กับวัสดุที่ผิวไม่มีรูพรุนอย่างกระจกหรือโลหะที่ผ่านการขัดมัน
หมึก UV ยึดเกาะแบบผสมระหว่าง Chemical Adhesion และ Mechanical Adhesion ชั้นหมึกที่แข็งตัวจะก่อตัวเป็น Polymer Film บนผิววัสดุ ในขณะเดียวกัน Monomer บางส่วนที่สัมผัสกับผิววัสดุสามารถสร้าง Chemical Bond กับผิวได้โดยตรง ทำให้หมึก UV สามารถยึดเกาะกับวัสดุที่ไม่พรุน เช่น กระจก อะคริลิก และโลหะได้ดี อย่างไรก็ตามความยืดหยุ่นของ Polymer Film นี้แตกต่างกันตามสูตรหมึก UV บางสูตรถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่นสูง (Flexible UV) สำหรับงาน Vehicle Wrap และวัสดุแบบ Flexible โดยเฉพาะ
หมึก Solvent ให้ Gamut สีที่ดีและสม่ำเสมอบนวัสดุ Flexible กระบวนการซึมเข้าสู่วัสดุทำให้ขอบของ Dot หมึกมีความนุ่มนวล เหมาะกับงานภาพขนาดใหญ่ที่ดูจากระยะห่าง แต่เนื่องจากมีการ Dot Gain คือหมึกขยายตัวเล็กน้อยเมื่อซึมเข้าวัสดุ งานที่ต้องการรายละเอียดเล็กๆ หรือ Fine Text ที่ขนาดเล็กมากอาจมีความคมชัดน้อยกว่า UV เล็กน้อย
หมึก UV ให้ความคมชัดสูงกว่าเนื่องจากไม่มี Dot Gain หมึกแข็งตัวทันทีโดยไม่มีการขยายตัว ทำให้ขอบของ Dot คมชัดและรายละเอียดเล็กๆ ออกมาได้แม่นยำกว่า นอกจากนี้ชั้น Polymer Film ที่ก่อตัวขึ้นบนผิวยังสะท้อนแสงได้ดีกว่า ทำให้สีดูสดและมีความลึกมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบในระยะใกล้
หมึก Solvent มีความทนทานต่อสภาพอากาศกลางแจ้งในระดับสูง เนื่องจากหมึกฝังอยู่ในเนื้อวัสดุทำให้ยากต่อการลอกหลุดจากแรงเสียดทานและสภาพอากาศ ตามประสบการณ์หน้างานของ Prodecal งานกลางแจ้งบน Vinyl คุณภาพดีสามารถทนทานได้ 3 ถึง 5 ปีโดยไม่เคลือบ Laminate เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหมึก Solvent มีความอ่อนไหวต่อ Chemical Attack บางชนิด เช่น น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของ Solvent ที่สามารถกัดชั้นหมึกได้
หมึก UV มีชั้น Polymer Film ที่แข็งแกร่งมาก ทนทานต่อการขีดข่วนและแรงกดได้ดีกว่า Solvent อย่างชัดเจน และมีความต้านทานต่อ Chemical ได้ดีกว่าเนื่องจากโครงสร้าง Polymer ที่ Cross-link กันอย่างหนาแน่น แต่จุดอ่อนของหมึก UV คือความยืดหยุ่น หมึก UV มาตรฐานมีความแข็งตัวสูง หากวัสดุมีการโค้งงอหรือขยายตัวมากอาจเกิดรอยแตกร้าวบนชั้นหมึกได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่งาน Vehicle Wrap ต้องใช้ Flexible UV Formula โดยเฉพาะ
หมึก Solvent ทำงานร่วมกับหัวพิมพ์แบบ Piezoelectric ที่จ่ายหมึกด้วยแรงสั่นสะเทือนของผลึก Piezo ความหนืด (Viscosity) ของหมึก Solvent อยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการจ่ายผ่านหัวพิมพ์ Piezo ทั่วไป ตามสเปกเครื่องพิมพ์ระดับอุตสาหกรรมทั่วไป ขนาด Dot เริ่มต้นอยู่ในช่วง 3 ถึง 10 picoliter ขึ้นอยู่กับหัวพิมพ์และโหมดการพิมพ์
หมึก UV มีความหนืดสูงกว่า Solvent เล็กน้อยในสภาวะปกติ แต่จะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หัวพิมพ์สำหรับ UV จึงมักมีระบบทำความร้อนหมึกก่อนจ่าย (Ink Heating System) เพื่อควบคุม Viscosity ให้เหมาะสมกับการพิมพ์ ตามสเปกเครื่องพิมพ์ UV รุ่นใหม่ในตลาด หัวพิมพ์สามารถจ่าย Dot ได้เล็กถึง 1 ถึง 2 picoliter ทำให้ความละเอียดของงานพิมพ์สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบในระดับเดียวกัน
หมึก Solvent ปล่อย VOC (Volatile Organic Compounds) ออกสู่อากาศระหว่างกระบวนการพิมพ์และการแห้งตัว แม้ Eco-Solvent จะลดปริมาณ VOC ลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ Hard Solvent แต่ยังคงต้องการระบบระบายอากาศที่เพียงพอในพื้นที่ทำงาน และการจัดการของเสียจากตัวทำละลายต้องทำตามมาตรฐานความปลอดภัยทางเคมี
หมึก UV ไม่ปล่อย VOC ระหว่างกระบวนการพิมพ์เนื่องจากไม่มีการระเหย ทำให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ทำงานดีกว่าและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของพนักงาน สำหรับงานตกแต่งภายในที่คนอยู่ใกล้ชิดและใส่ใจเรื่องคุณภาพอากาศ ระบบพิมพ์รักษ์โลกอย่างฟิล์ม non-PVC คู่กับหมึก water-based ก็ตอบโจทย์นี้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม Photoinitiator และ Monomer ในหมึก UV ก่อนเซ็ตตัวเป็นสารที่ต้องระวังการสัมผัสโดยตรง และหลอด UV ที่ใช้ในกระบวนการ Curing ต้องมีระบบป้องกันการรั่วไหลของแสง UV เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน
Solvent คือตัวเลือกที่เหมาะสำหรับงานกลางแจ้งบน Flexible Media ขนาดใหญ่ที่ต้องการความทนทานสูงและต้นทุนต่อตารางเมตรที่แข่งขันได้ เช่น Billboard Building Wrap Vehicle Wrap และ Banner กลางแจ้งทั่วไป
UV เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดสูง งานบนวัสดุ Rigid หรืองานที่ต้องการความสดและความคมชัดของสีในระยะใกล้ เช่น Lightbox Signage อะคริลิก งานตกแต่งภายใน Point of Sale Display และงานที่ต้องการพิมพ์บนพื้นผิวพิเศษ
ในโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย การใช้ทั้งสองระบบร่วมกันในส่วนที่เหมาะสมมักให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยพิจารณาจากวัสดุ สภาพแวดล้อมการใช้งาน และระดับรายละเอียดที่ต้องการเป็นหลักในแต่ละส่วนของงาน
หมึก UV แห้งเร็วแค่ไหน
หมึก UV แข็งตัวทันทีในเสี้ยววินาทีเมื่อโดนแสง UV จากหลอด LED หรือ Mercury Vapor Lamp ข้างหัวพิมพ์ ต่างจากหมึก Solvent ที่ต้องรอตัวทำละลายระเหยและซึมเข้าวัสดุซึ่งใช้เวลาหลายนาทีถึงหลายชั่วโมง
งานพิมพ์ Vehicle Wrap ควรใช้หมึกแบบไหน
งาน Vehicle Wrap นิยมใช้หมึก Solvent เพราะซึมเข้าเนื้อ Vinyl และทนแดดกลางแจ้งได้ 3 ถึง 5 ปีตามประสบการณ์หน้างานของ Prodecal หากต้องการใช้หมึก UV ต้องเลือกสูตร Flexible UV โดยเฉพาะเพื่อป้องกันรอยแตกร้าวเมื่อวัสดุโค้งงอ
หมึก UV กับ Solvent แบบไหนไม่มีกลิ่นเหมาะกับงานในอาคาร
หมึก UV ไม่ปล่อย VOC ระหว่างพิมพ์จึงไม่มีกลิ่นฉุนและเหมาะกับพื้นที่ปิดที่คนอยู่ใกล้ชิดมากกว่า ส่วนหมึก Solvent โดยเฉพาะ Hard Solvent ปล่อย VOC และต้องการระบบระบายอากาศที่ดี
บทความที่เกี่ยวข้อง