
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ท กรุงเทพ รับพิมพ์งานขนาดใหญ่ครบวงจร
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ทในกรุงเทพที่รับงานพิมพ์ขนาดใหญ่ครบวงจร ตั้งแต่ป้ายไวนิล บิลบอร์ด หุ้มอาคาร กล่องไฟ ถึงหุ้มรถองค์กร ด้วยเครื่อง UV หน้ากว้างและมาตรฐาน 3M MCS

หุ้มรถองค์กรคุ้มไหม คำตอบสั้นๆ คือคุ้มสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ที่มีรถวิ่งงานอยู่แล้ว เพราะเป็นการจ่ายค่าผลิตครั้งเดียวแล้วได้พื้นที่โฆษณาที่วิ่งไปกับรถตลอดอายุฟิล์มราว 3 ถึง 5 ปีโดยไม่มีค่าเช่าสื่อรายเดือน ข้อมูลที่อ้างอิงกันในอุตสาหกรรมโฆษณานอกบ้านของสหรัฐซึ่งอ้างอิงจาก Geopath และ ARD ระบุว่ารถหุ้มสติกเกอร์โฆษณาหนึ่งคันสร้างการมองเห็นได้ราว 30,000 ถึง 70,000 ครั้งต่อวัน และมีต้นทุนต่อการมองเห็นต่ำกว่าสื่อหลักแทบทุกชนิด ส่วนจะคุ้มจริงแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่ารถของคุณวิ่งมากแค่ไหนและงานหุ้มทำได้มาตรฐานหรือเปล่า
บริษัทจำนวนมากมีรถกระบะ รถตู้ หรือรถหกล้อวิ่งส่งของทุกวันอยู่แล้ว ค่าน้ำมันก็จ่าย ค่าคนขับก็จ่าย รถวิ่งผ่านย่านที่ลูกค้าอาศัยอยู่วันละหลายสิบกิโลเมตร แต่ข้างรถกลับเป็นสีพื้นเปล่าๆ นั่นคือพื้นที่สื่อที่บริษัทจ่ายต้นทุนไปแล้วทุกวันโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย
จุดที่ต่างจากบิลบอร์ดคือบิลบอร์ดอยู่กับที่แล้วรอให้คนขับผ่านมาเห็น แต่รถองค์กรวิ่งเข้าไปหาคนถึงย่านที่ธุรกิจให้บริการจริง ยิ่งเป็นเมืองที่รถติดอย่างกรุงเทพ คนที่ขับตามหลังหรือจอดข้างๆ ยิ่งมีเวลามองข้างรถนานขึ้นไปอีก
ตัวเลขที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดมาจากข้อมูลที่อ้างอิงกันในอุตสาหกรรมโฆษณานอกบ้านของสหรัฐซึ่งอ้างอิงจาก Geopath และ ARD ซึ่งระบุว่ารถหุ้มสติกเกอร์โฆษณาหนึ่งคันสร้างการมองเห็น (impressions) ราว 30,000 ถึง 70,000 ครั้งต่อวัน ขึ้นอยู่กับเส้นทางและชั่วโมงที่รถวิ่ง ต้องบอกตรงๆ ว่านี่คืองานวิจัยตลาดสหรัฐไม่ใช่ตัวเลขที่วัดในเมืองไทยโดยตรง และตัวเลขจริงในเมืองไทยอาจต่างจากนี้เพราะพฤติกรรมการจราจรและความหนาแน่นถนนไม่เหมือนสหรัฐ แต่หลักการเดียวกันใช้ได้ทุกที่ คือรถที่วิ่งในเมืองใหญ่ที่มีความหนาแน่นของผู้คนสูงจะสะสมจำนวนการมองเห็นได้มหาศาลโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มสักบาท
อีกอย่างที่สื่อบนรถทำได้ดีกว่าโฆษณาออนไลน์คือการเห็นซ้ำในพื้นที่จริง รถส่งของคันเดิมวิ่งผ่านย่านเดิมทุกสัปดาห์ คนในย่านนั้นเห็นโลโก้เดิมซ้ำจนจำแบรนด์ได้โดยไม่รู้ตัว พอถึงวันที่ต้องใช้บริการชื่อแรกที่นึกออกมักเป็นชื่อที่เคยเห็นบ่อยที่สุด
งานวิจัยอุตสาหกรรมเดียวกันเทียบต้นทุนต่อการมองเห็นพันครั้ง (CPM) ของสื่อแต่ละประเภทในตลาดสหรัฐไว้ สื่อบนรถอยู่ที่ราว 17 บาทต่อการมองเห็นพันครั้ง ซึ่งต่ำกว่าสื่อหลักอย่างบิลบอร์ด วิทยุ และนิตยสารอย่างชัดเจน ตัวเลขเปรียบเทียบของสื่อหลักเหล่านี้แกวงตามแต่ละแหล่งข้อมูลที่หยิบมาอ้าง แต่ทิศทางเดียวกันที่ทุกแหล่งตรงกันคือสื่อบนรถมีต้นทุนต่อการมองเห็นต่ำกว่าสื่อหลักอื่นอย่างชัดเจน ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลตลาดโฆษณาของสหรัฐแปลงบาทแบบปัดกลมเพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบเชิงหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดในตลาดไทย
เหตุผลเชิงโครงสร้างที่ทำให้ตัวเลขออกมาแบบนี้คือสื่อบนรถไม่มีค่าเช่ารายเดือน จ่ายค่าออกแบบ ค่าฟิล์ม และค่าติดตั้งครั้งเดียวแล้วสื่อทำงานทุกวันที่รถวิ่ง ส่วนราคาหุ้มจริงของแต่ละคันไม่เท่ากันเพราะขึ้นอยู่กับขนาดรถ พื้นที่ที่หุ้ม และความโค้งของตัวถัง อ่านรายละเอียดได้ใน ปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้มรถองค์กรแต่ละคันไม่เท่ากัน
วิธีคิดที่ทีมเราแนะนำลูกค้าเสมอคือเอาต้นทุนหารด้วยอายุงานจริง สมมุติเพื่อให้เห็นภาพว่าค่าหุ้มรถหนึ่งคันอยู่ในช่วงราว 25,000 ถึง 60,000 บาท ซึ่งเป็นช่วงประมาณการเท่านั้น ราคาจริงขึ้นอยู่กับขนาดรถและพื้นที่ที่หุ้ม และฟิล์มเกรดที่ใช้ในงานองค์กรมีอายุงานจริงในเมืองไทยราว 3 ถึง 5 ปี ต้นทุนสื่อจะตกเดือนละประมาณ 400 ถึง 1,700 บาทต่อคันเท่านั้น ลองเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับค่าเช่าสื่อรายเดือนชนิดไหนก็ได้ที่บริษัทของคุณเคยจ่าย แล้วถามต่อว่าสื่อนั้นวิ่งตามรอบส่งของของคุณได้ไหม
เหตุผลที่เราใช้ตัวเลข 3 ถึง 5 ปีไม่ใช่ 8 ถึง 10 ปีแบบโบรชัวร์ต่างประเทศ เพราะประเทศไทยอยู่ในโซนแดดแรงที่สุดตามเกณฑ์ของ 3M อ่านเหตุผลเต็มๆ ได้ใน ฟิล์ม 3M อยู่ได้กี่ปีในแดดเมืองไทย ตัวเลขที่ใช้คำนวณควรเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงในบ้านเรา ไม่อย่างนั้นเลขความคุ้มค่าจะสวยเกินจริงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
การหุ้มเต็มคัน (full wrap) ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด สร้างภาพแบรนด์ที่สม่ำเสมอทั้งคัน และยังช่วยปกป้องสีเดิมของรถไปในตัว เหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้รถทุกคันเป็นหน้าตาของแบรนด์เต็มรูปแบบ ส่วนการหุ้มบางส่วน (partial wrap) เช่นเฉพาะด้านข้างหรือท้ายรถใช้งบน้อยกว่า ติดตั้งเร็วกว่า รถหยุดวิ่งสั้นกว่า และถ้าออกแบบดีก็ยังสร้างการจดจำได้สูงมาก
หลักออกแบบที่วงการนี้ใช้กันคือคนบนถนนมีเวลามองรถราว 3 วินาที สิ่งที่ต้องอ่านออกในเวลานั้นมีแค่ชื่อบริษัท บริการหลัก และช่องทางติดต่อหนึ่งช่องทาง ใส่ข้อมูลน้อยแต่ชัดจะคุ้มกว่าใส่ครบทุกอย่างแล้วไม่มีใครอ่านทัน
สื่อเคลื่อนที่จะน่าเชื่อถือก็ต่อเมื่อรถทุกคันในชุดสีตรงกันเป๊ะ ถ้ารถสิบคันของบริษัทเดียวกันสีโลโก้เพี้ยนกันเองคนละเฉด ภาพแบรนด์ที่ตั้งใจสร้างจะกลายเป็นดูไม่มืออาชีพทันที หน้างานของเราคุมเรื่องนี้ด้วยเครื่องวัดสี spectrophotometer คู่กับ ICC Profile และพิมพ์ proof จริงให้ลูกค้าดูก่อนขึ้นงาน อ่านเบื้องหลังได้ใน การคุมสีรถองค์กรให้ตรงกันทุกคัน
อีกเรื่องที่กระทบความคุ้มโดยตรงคือเวลาที่รถต้องหยุดวิ่ง ประสบการณ์หน้างานของทีมเราคือทยอยติดตั้งทีละ 3 ถึง 4 คันหลายรอบเพื่อให้ลูกค้ายังมีรถวิ่งส่งของครบทุกวัน วันที่งานเข้าที่แล้วทีมติดตั้งได้เฉลี่ยราว 8 คันต่อวัน และก่อนเริ่มงานเราเข้าไปวัดขนาดจริงของรถทุกคันเพื่อให้เลย์เอาต์ลงตัวตั้งแต่รอบแรก รายละเอียดขั้นตอนอยู่ใน ก่อนหุ้มรถองค์กรทีมงานสำรวจอะไรบ้าง
ขอตอบแบบคนหน้างานที่ไม่อยากให้ลูกค้าจ่ายเงินแล้วผิดหวัง ถ้ารถของบริษัทจอดอยู่ในโกดังเกือบทั้งวัน วิ่งเดือนละไม่กี่ครั้ง หรือวิ่งเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีกลุ่มลูกค้าอยู่เลย จำนวนการมองเห็นจะต่ำจนสื่อไม่ได้ทำงานเท่าที่ควร อีกกรณีคือบริษัทที่กำลังจะรีแบรนด์หรือเปลี่ยนโลโก้ในปีหน้า แนะนำให้รออาร์ตเวิร์กใหม่ก่อนค่อยหุ้มทีเดียว ส่วนบริษัทที่งบจำกัดการเริ่มจากหุ้มบางส่วนที่ท้ายรถเป็นทางเลือกที่ฉลาด เพราะเป็นมุมที่คนขับรถตามหลังมองนานที่สุดโดยเฉพาะตอนรถติด
ถ้ารถของบริษัทวิ่งงานอยู่แล้วทุกวัน การหุ้มรถองค์กรคือการเปลี่ยนต้นทุนที่จ่ายอยู่แล้วให้กลายเป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ที่มีต้นทุนต่อการมองเห็นต่ำที่สุดชนิดหนึ่งตามข้อมูลอุตสาหกรรม ความคุ้มจริงเกิดจากสามอย่างประกอบกัน คือรถวิ่งจริง งานออกแบบอ่านออกใน 3 วินาที และงานผลิตที่สีตรงทุกคันและอยู่ครบตามอายุฟิล์มที่สัญญาไว้
ดูบริการหุ้มรถองค์กรของ Prodecal
หุ้มรถองค์กรคุ้มไหม
คุ้มสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ที่มีรถวิ่งงานอยู่แล้ว เพราะเป็นการจ่ายค่าผลิตครั้งเดียวแล้วได้พื้นที่โฆษณาที่วิ่งไปกับรถตลอดอายุฟิล์มราว 3 ถึง 5 ปีโดยไม่มีค่าเช่าสื่อรายเดือน ส่วนจะคุ้มจริงแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่ารถวิ่งมากแค่ไหนและงานหุ้มทำได้มาตรฐานหรือเปล่า
รถที่หุ้มสติกเกอร์โฆษณามีคนเห็นกี่ครั้งต่อวัน
ข้อมูลที่อ้างอิงกันในอุตสาหกรรมโฆษณานอกบ้านของสหรัฐซึ่งอ้างอิงจาก Geopath และ ARD ระบุว่ารถหุ้มสติกเกอร์โฆษณาหนึ่งคันสร้างการมองเห็นได้ราว 30,000 ถึง 70,000 ครั้งต่อวัน ขึ้นอยู่กับเส้นทางและชั่วโมงที่รถวิ่ง ต้องบอกตรงๆ ว่านี่คืองานวิจัยตลาดสหรัฐไม่ใช่ตัวเลขที่วัดในเมืองไทยโดยตรง ตัวเลขจริงในไทยอาจต่างจากนี้เพราะพฤติกรรมการจราจรและความหนาแน่นถนนไม่เหมือนกัน
หุ้มรถหนึ่งคันคิดเป็นค่าสื่อเดือนละเท่าไหร่
วิธีคิดคือเอาต้นทุนหารด้วยอายุงานจริง ถ้าค่าหุ้มรถหนึ่งคันอยู่ในช่วงราว 25,000 ถึง 60,000 บาทซึ่งเป็นช่วงประมาณการเท่านั้น และฟิล์มเกรดที่ใช้ในงานองค์กรมีอายุงานจริงในเมืองไทยราว 3 ถึง 5 ปี ต้นทุนสื่อจะตกเดือนละประมาณ 400 ถึง 1,700 บาทต่อคัน ราคาจริงขึ้นอยู่กับขนาดรถ พื้นที่ที่หุ้ม และความโค้งของตัวถัง
สื่อบนรถถูกกว่าสื่ออื่นจริงไหม
งานวิจัยอุตสาหกรรมของสหรัฐเทียบต้นทุนต่อการมองเห็นพันครั้งไว้ โดยสื่อบนรถอยู่ที่ราว 17 บาทต่อการมองเห็นพันครั้ง ซึ่งต่ำกว่าสื่อหลักอย่างบิลบอร์ด วิทยุ และนิตยสารอย่างชัดเจน ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลตลาดโฆษณาของสหรัฐที่แปลงบาทแบบปัดกลมเพื่อให้เห็นภาพเชิงหลักการเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่วัดในตลาดไทย เหตุผลเชิงโครงสร้างที่ทำให้เป็นแบบนี้คือสื่อบนรถไม่มีค่าเช่ารายเดือน
งานหุ้มรถองค์กรอยู่ได้กี่ปี
ฟิล์มเกรดที่ใช้ในงานองค์กรมีอายุงานจริงในเมืองไทยราว 3 ถึง 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สื่อบนรถทำงานให้ทุกวันที่รถวิ่งโดยไม่มีค่าเช่าเพิ่ม
อยากรู้ว่ารถของบริษัทคุณเหมาะกับการหุ้มแบบไหนและงบเท่าไหร่ถึงจะคุ้มที่สุด ปรึกษาทีม Prodecal ได้ที่ LINE หรือโทร 02 294 4617
บทความที่เกี่ยวข้อง