
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ท กรุงเทพ รับพิมพ์งานขนาดใหญ่ครบวงจร
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ทในกรุงเทพที่รับงานพิมพ์ขนาดใหญ่ครบวงจร ตั้งแต่ป้ายไวนิล บิลบอร์ด หุ้มอาคาร กล่องไฟ ถึงหุ้มรถองค์กร ด้วยเครื่อง UV หน้ากว้างและมาตรฐาน 3M MCS

แร็ปสีรถ หรือ wrap สีรถ ไม่ผิดกฎหมายและทำได้อย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 แต่มีเงื่อนไขสำคัญข้อเดียวคือถ้าการหุ้มทำให้สีหลักของรถเปลี่ยนไปจากที่จดทะเบียนไว้ หรือเปลี่ยนสีเกินกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตัวถัง เจ้าของรถต้องแจ้งนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งภายใน 7 วันนับจากวันที่หุ้มเสร็จ หากไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนการติดสติกเกอร์โลโก้ ข้อความโฆษณา หรือลายกราฟิกบางส่วนที่ไม่ทำให้สีหลักของรถเปลี่ยน ไม่ต้องแจ้งและไม่ผิดกฎหมาย
คำถามนี้ ไม่ว่าจะพิมพ์ว่า แร็ปสีรถ แร๊ปสีรถ หรือ แรปสีรถ เป็นคำถามแรกๆ ที่ทั้งเจ้าของรถส่วนตัว ฝ่ายจัดซื้อ และเจ้าของธุรกิจถามทีมเราก่อนตัดสินใจหุ้มรถบริษัท และเราสังเกตว่าบทความที่ตอบเรื่องนี้ส่วนใหญ่เขียนโดยเว็บประกันภัย ซึ่งตอบถูกแต่มักหยุดอยู่แค่ตัวเลขค่าปรับ ในฐานะโรงพิมพ์ที่หุ้มรถองค์กรมาต่อเนื่อง เราเจอคำถามนี้จากหน้างานจริงแทบทุกสัปดาห์ เลยอยากสรุปให้ครบในมุมที่คนดูแลรถบริษัทต้องใช้จริง ทั้งข้อกฎหมาย เกณฑ์การนับพื้นที่ เอกสารสำหรับนิติบุคคล และสิ่งที่วางแผนได้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ
หลักกฎหมายอยู่ที่ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 13 ซึ่งกำหนดว่ารถที่จดทะเบียนแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีของรถให้ผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 7 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลง และถ้าไม่แจ้งจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 60
จุดที่หลายคนเข้าใจคลาดคือคิดว่ากฎหมายนี้ใช้กับการพ่นสีเท่านั้น ความจริงคือกฎหมายดูที่ผลลัพธ์ ไม่ได้ดูที่วิธีการ ไม่ว่าจะพ่นสี ติดสติกเกอร์ หุ้มฟิล์มเปลี่ยนสี หรือ wrap ด้วยวัสดุใดก็ตาม ถ้าสีหลักของรถเปลี่ยนไปจากเล่มทะเบียนก็เข้าเกณฑ์ต้องแจ้งทั้งหมด
ตัวบทมาตรา 13 ไม่ได้เขียนตัวเลขเปอร์เซ็นต์ไว้ตรงๆ ใช้คำว่าเปลี่ยนสีให้ผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ ส่วนเกณฑ์ 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตัวถังเป็นแนวทางที่กรมการขนส่งทางบกใช้พิจารณาว่าสีหลักของรถเปลี่ยนหรือยัง แปลเป็นภาษาหน้างานได้ประมาณนี้
หุ้มเปลี่ยนสีทั้งคัน เช่น รถสีขาวหุ้มเป็นสีดำหรือสีของแบรนด์ทั้งคัน แบบนี้ต้องแจ้งแน่นอน หุ้มเกินกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตัวถังจนสีที่มองเห็นเป็นคนละสีกับเล่มทะเบียน แบบนี้ก็ต้องแจ้ง ส่วนลายคาด แถบตกแต่ง โลโก้ ข้อความ หรือกราฟิกบางส่วนที่มองแล้วรถยังเป็นสีเดิมชัดเจน แบบนี้ไม่ต้องแจ้ง
อีกเรื่องที่คนทำรถองค์กรควรรู้คือตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 กรมการขนส่งทางบกเปิดให้จดทะเบียนรถระบุได้มากกว่าหนึ่งสี โดยระบุสีหลักได้ไม่เกิน 2 สี และถ้าลายซับซ้อนจนแยกสีหลักไม่ได้ก็ระบุเป็นหลายสีได้ งานหุ้มรถบริษัทที่ใช้กราฟิกเต็มคันจึงจดให้ตรงกับรถจริงได้ ไม่ต้องฝืนเลือกสีเดียว
ไม่ผิดกฎหมายและไม่ต้องแจ้งขนส่ง ตราบใดที่สีหลักของรถยังเป็นสีเดิมตามเล่มทะเบียน ซึ่งเป็นข่าวดีของงานรถองค์กรส่วนใหญ่ เพราะงานที่เราทำให้ลูกค้าจำนวนมากเป็นกราฟิกบางส่วน เช่น โลโก้กับเบอร์ติดต่อบนประตูข้าง ลายกราฟิกท้ายรถกระบะ หรือแถบแบรนด์ตามแนวตัวถัง งานลักษณะนี้พื้นสีเดิมของรถยังเป็นสีหลักอยู่ จึงติดได้เลย
จุดที่ต้องระวังคืองาน brand livery แบบเต็มคัน ที่เปลี่ยนพื้นรถเป็นสีประจำแบรนด์แล้ววางกราฟิกทับ แบบนี้สีหลักเปลี่ยนแน่นอนและต้องแจ้งขนส่งภายใน 7 วัน ในขั้นตอนออกแบบทีมเราจะบอกลูกค้าตั้งแต่เห็นแบบว่าเลย์เอาต์นี้เกินเกณฑ์หรือไม่เกิน เพราะเรื่องนี้ตัดสินได้ตั้งแต่บนหน้าจอ ไม่ต้องรอให้รถเสร็จแล้วค่อยลุ้น รายละเอียดว่าทีมสำรวจและวางแบบดูอะไรบ้างเราเล่าไว้ในบทความ ก่อนหุ้มรถองค์กรทีมงานสำรวจหน้างานและวางเลย์เอาต์อย่างไร
กำหนดเวลาคือภายใน 7 วันนับจากวันที่เปลี่ยนสีเสร็จ โดยนำรถไปแจ้งต่อนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งซึ่งรถจดทะเบียนอยู่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสภาพรถและแก้ไขรายการสีในเล่มทะเบียนให้ตรงกับรถจริง
เอกสารหลักคือเล่มทะเบียนรถ บัตรประชาชนเจ้าของรถ และหลักฐานการทำสีหรือใบเสร็จค่าติดตั้งสติกเกอร์จากร้าน ส่วนรถที่จดทะเบียนในนามบริษัทต้องเพิ่มหนังสือรับรองนิติบุคคล สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนาม และหนังสือมอบอำนาจกรณีส่งพนักงานไปดำเนินการแทน ตรงนี้ขอชี้แจงให้ชัดว่า Prodecal ไม่ได้ออกเอกสารทางกฎหมายสำหรับยื่นขนส่งให้ลูกค้า สิ่งที่ลูกค้าได้จากเราคือใบเสร็จและหลักฐานการติดตั้งซึ่งใช้ประกอบการยื่นเรื่องได้ ส่วนใบรับประกันที่เป็นเอกสารทางการจะมีเฉพาะกรณีลูกค้าเลือกใช้วัสดุระบบ 3M MCS ซึ่งจะได้ใบรับประกันจาก 3M ตามเงื่อนไขระบบ MCS ไม่ใช่เอกสารสำหรับยื่นขนส่ง
ค่าใช้จ่ายฝั่งราชการถูกกว่าที่หลายคนคิดมาก ค่าคำขอ 5 บาท ค่าแก้ไขรายการในทะเบียน 50 บาท และค่าตรวจสภาพรถ 50 บาท รวมประมาณ 105 บาทต่อคัน และอย่าลืมแจ้งบริษัทประกันภัยให้ข้อมูลสีรถตรงกันด้วย เพื่อไม่ให้มีปัญหาตอนเคลม
รถเก๋ง รถกระบะ และรถตู้ที่จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.รถยนต์ใช้หลักเกณฑ์ตามที่เล่ามาทั้งหมด ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกก็ยึดหลักการเดียวกันคือสีในเอกสารทะเบียนต้องตรงกับรถจริง จากประสบการณ์งานรถองค์กรที่ Prodecal หุ้มให้ที่ผ่านมา เราคิดว่ากรณีที่ต้องไปชี้แจงขนส่งจริงๆ มักเป็นรถส่วนตัวมากกว่า ส่วนรถบริษัทหรือรถองค์กรที่ทีมเราติดตั้งให้มาส่วนใหญ่ไม่ต้องชี้แจงอะไรเพิ่มเติม เพราะเป็นกราฟิกบางส่วนที่สีหลักไม่เกินเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความเห็นจากประสบการณ์หน้างานเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสรุปทางกฎหมาย ถ้าเลยออกแบบเกินเกณฑ์จริงๆ แนะนำให้เช็กกับสำนักงานขนส่งหรือกรมการขนส่งทางบกก่อนทุกครั้งเพื่อความชัวร์ และหากองค์กรของคุณมีรถทั้งสองประเภท แนะนำให้ฝ่ายธุรการเช็กกับสำนักงานขนส่งที่รถแต่ละคันจดทะเบียนก่อนหนึ่งครั้งเพื่อความชัวร์
สิ่งที่ต่างจริงๆ ของงานองค์กรคือจำนวนคัน การหุ้มรถทีละสิบคันแปลว่ามีเรื่องต้องวางแผนสองชั้น ชั้นแรกคือคิวติดตั้งที่ไม่ให้รถหยุดวิ่งพร้อมกันทั้งหมด ชั้นที่สองคือคิวแจ้งขนส่งให้ทันภายใน 7 วันของแต่ละคัน วิธีที่เราแนะนำลูกค้าคือทยอยทำเป็นล็อตแล้วนัดวันยื่นเรื่องเป็นรอบตามล็อตที่เสร็จ ต้นทุนต่อคันก็คำนวณล่วงหน้าได้จาก ปัจจัยที่กำหนดราคาหุ้มสติกเกอร์รถองค์กร ซึ่งพื้นที่ที่หุ้มก็เป็นตัวแปรเดียวกับที่ใช้ดูเกณฑ์กฎหมายพอดี
ต้องแจ้งอีกครั้ง ถ้าตอนหุ้มคุณแจ้งเปลี่ยนสีไว้แล้ว วันที่ลอกฟิล์มออกสีรถจะกลับไปเป็นสีเดิมซึ่งไม่ตรงกับเล่มทะเบียนอีกรอบ หลักการเดียวกันคือรถจริงกับเอกสารต้องตรงกันเสมอ เรื่องนี้เราจะย้ำกับลูกค้าที่ทำ campaign ระยะสั้นเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งวันติดและวันลอกที่ต้องนับ 7 วันทั้งคู่
และนี่คือเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกใช้ฟิล์มมาตรฐานกับงานรถองค์กรทุกคัน ฟิล์มที่ลอกออกแล้วไม่ทิ้งคราบกาวและไม่ทำร้ายสีเดิมทำให้การคืนสภาพรถจบในขั้นตอนเดียว เรื่องนี้เกี่ยวพันกับความเชื่อที่ว่าหุ้มรถแล้วจะเป็นสนิมด้วย ซึ่งเราเคยอธิบายไว้ละเอียดแล้วว่า หุ้มสติกเกอร์รถแล้วเป็นสนิมจริงไหม ส่วนใครกำลังเลือกเกรดวัสดุอยู่ ลองอ่าน แนวทางเปรียบเทียบฟิล์มหุ้มรถ 3M แต่ละรุ่น ประกอบได้
แร็ปสีรถถูกกฎหมายเสมอถ้าทำให้ครบวงจร กราฟิกบางส่วนที่สีหลักไม่เปลี่ยนติดได้เลย เปลี่ยนสีทั้งคันหรือเกิน 30 เปอร์เซ็นต์ให้แจ้งขนส่งภายใน 7 วัน ค่าธรรมเนียมประมาณ 105 บาท ค่าปรับถ้าไม่แจ้งไม่เกิน 2,000 บาท และตอนลอกออกก็ต้องแจ้งกลับด้วย ที่เหลือคือเรื่องของการวางแผนซึ่งโรงพิมพ์ที่ทำงานรถองค์กรเป็นประจำช่วยคุณจัดการได้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นแบบ
แร็ปสีรถผิดกฎหมายไหม
ไม่ผิดกฎหมายและทำได้อย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือถ้าการหุ้มทำให้สีหลักของรถเปลี่ยนไปจากที่จดทะเบียนไว้ หรือเปลี่ยนสีเกินกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตัวถัง เจ้าของรถต้องแจ้งนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง
แร็ปสีรถต้องแจ้งขนส่งภายในกี่วัน ไม่แจ้งมีโทษอะไร
ต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 7 วันนับจากวันที่เปลี่ยนสีเสร็จ ตามมาตรา 13 ของ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 หากไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 60
ติดสติกเกอร์โลโก้หรือข้อความโฆษณาข้างรถต้องแจ้งไหม
ไม่ต้องแจ้งและไม่ผิดกฎหมาย ตราบใดที่สีหลักของรถยังเป็นสีเดิมตามเล่มทะเบียน งานอย่างโลโก้กับเบอร์ติดต่อบนประตูข้าง ลายกราฟิกท้ายรถกระบะ หรือแถบแบรนด์ตามแนวตัวถัง พื้นสีเดิมของรถยังเป็นสีหลักอยู่จึงติดได้เลย จุดที่ต้องระวังคืองานเปลี่ยนพื้นรถเป็นสีประจำแบรนด์แล้ววางกราฟิกทับ แบบนั้นสีหลักเปลี่ยนและต้องแจ้งภายใน 7 วัน
กฎหมายนี้ใช้กับการพ่นสีอย่างเดียวหรือรวมการหุ้มฟิล์มด้วย
รวมทุกวิธี เพราะกฎหมายดูที่ผลลัพธ์ไม่ได้ดูที่วิธีการ ไม่ว่าจะพ่นสี ติดสติกเกอร์ หุ้มฟิล์มเปลี่ยนสี หรือ wrap ด้วยวัสดุใดก็ตาม ถ้าสีหลักของรถเปลี่ยนไปจากเล่มทะเบียนก็เข้าเกณฑ์ต้องแจ้งทั้งหมด
รถที่ใช้กราฟิกเต็มคันจนแยกสีหลักไม่ได้จดทะเบียนอย่างไร
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 กรมการขนส่งทางบกเปิดให้จดทะเบียนรถระบุได้มากกว่าหนึ่งสี โดยระบุสีหลักได้ไม่เกิน 2 สี และถ้าลายซับซ้อนจนแยกสีหลักไม่ได้ก็ระบุเป็นหลายสีได้ งานหุ้มรถบริษัทที่ใช้กราฟิกเต็มคันจึงจดให้ตรงกับรถจริงได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบริการหุ้มรถองค์กรของ Prodecal
กำลังวางแผนหุ้มรถบริษัทและอยากรู้ว่าแบบของคุณเข้าเกณฑ์ต้องแจ้งขนส่งหรือไม่ ส่งแบบมาให้เราดูได้ก่อนตัดสินใจ ถ้าเป็นรถส่วนตัวที่อยากเปลี่ยนสีทั้งคัน ดูบริการแร็ปสีรถ Car Wrap ได้ที่หน้าบริการ ปรึกษาทีม Prodecal ได้ที่ LINE หรือโทร 02 294 4617