April 26, 2025

ติดป้ายโฆษณาบนตึกต้องขออนุญาตไหม ภาษีป้ายคิดยังไง คำตอบจากโรงพิมพ์ที่ผลิตป้ายอาคารขนาดใหญ่

ป้ายบนตึกมีสองเรื่องที่ต้องแยกกันคือขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร กับภาษีป้ายรายปี สรุปเกณฑ์ขนาด ขั้นตอนยื่นเขต และวิธีคำนวณในมุมเจ้าของป้าย

Apichad Mahatchariyakhun
Apichad Mahatchariyakhun

-

Production Manager

ติดป้ายโฆษณาบนตึกต้องขออนุญาตไหม ภาษีป้ายคิดยังไง คำตอบจากโรงพิมพ์ที่ผลิตป้ายอาคารขนาดใหญ่

ป้ายโฆษณาบนตึกมีสองเรื่องที่คนสั่งผลิตป้ายมักถามรวมกันแต่จริงๆ เป็นคนละเรื่องกัน เรื่องแรกคือการขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งดูที่ขนาดและวิธีติดตั้งป้าย เรื่องที่สองคือภาษีป้ายรายปีตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ซึ่งดูที่พื้นที่และชนิดตัวอักษรบนหน้าป้าย ป้ายผืนเดียวกันจึงอาจต้องทำทั้งสองเรื่องพร้อมกัน คือขออนุญาตก่อนติดตั้งครั้งเดียว แล้วเสียภาษีทุกปีตราบที่ป้ายยังอยู่



คำถามนี้เป็นคำถามที่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายอาคารถามทีมเราบ่อยตอนสั่งผลิตป้ายหน้าตึกหรือป้ายบนดาดฟ้า และเราสังเกตว่าบทความที่ตอบเรื่องนี้ส่วนใหญ่เขียนในมุมนักบัญชีที่โฟกัสตัวเลขภาษีอย่างเดียว แต่คนที่สั่งผลิตป้ายจริงต้องรู้มากกว่านั้น ต้องรู้ว่าป้ายขนาดเท่าไรถึงต้องขออนุญาต ใครเป็นคนยื่น ใช้เอกสารอะไร และภาพที่ออกแบบไว้จะทำให้เสียภาษีแพงขึ้นหรือไม่ ในฐานะโรงพิมพ์ที่ผลิตป้ายอาคารขนาดใหญ่มาต่อเนื่อง เราขอสรุปให้ครบในมุมของเจ้าของป้าย



เรื่องแรก ป้ายบนตึกต้องขออนุญาตก่อสร้างไหม

กฎหมายมองว่าป้ายบางแบบมีสถานะเป็นอาคาร เพราะฉะนั้นการติดตั้งจึงต้องขออนุญาตเหมือนการก่อสร้าง หลักเกณฑ์อยู่ที่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกับกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นฉบับที่รวบรวมข้อกำหนดเรื่องป้ายไว้ด้วยกัน

เกณฑ์ที่ใช้กันคือป้ายที่ติดหรือตั้งเหนือที่สาธารณะและสูงจากพื้นดินเกิน 2.50 เมตร และมีพื้นที่ป้ายเกิน 1 ตารางเมตร หรือมีน้ำหนักรวมทั้งโครงเกิน 10 กิโลกรัม จะเข้าข่ายเป็นอาคารตามกฎหมาย ต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง นอกจากนี้ป้ายหรือโครงป้ายที่สูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไปเข้าข่ายเป็นอาคารทันทีโดยไม่ต้องดูเงื่อนไขอื่น ส่วนป้ายโครงเหล็กขนาดใหญ่บนดาดฟ้าหรือป้ายที่ยื่นออกจากตัวอาคารยิ่งชัดว่าต้องขออนุญาต เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างและคนที่สัญจรข้างล่าง

แปลเป็นภาษาหน้างานคือป้ายไวนิลผืนเล็กที่แขวนในรั้วหรือติดผนังชั้นล่างมักไม่ถึงเกณฑ์ แต่ป้ายกล่องไฟหน้าตึก ป้ายตัวอักษรโลหะขนาดใหญ่ ป้ายโครงเหล็กบนดาดฟ้า และป้ายที่ยื่นออกมาเหนือทางเดิน เกือบทั้งหมดต้องขออนุญาต ถ้าไม่แน่ใจว่าป้ายของคุณเข้าเกณฑ์ไหน วิธีที่เร็วที่สุดคือถามฝ่ายโยธาของสำนักงานเขตหรือเทศบาลที่ตึกตั้งอยู่ก่อนสั่งผลิต เพราะแต่ละท้องที่อาจมีข้อบัญญัติเพิ่มเติม



ข้อกำหนดขนาดและตำแหน่งป้ายบนอาคารที่ควรรู้ตั้งแต่ออกแบบ

กฎกระทรวง พ.ศ. 2558 กำหนดรายละเอียดที่มีผลกับการออกแบบป้ายโดยตรง จุดที่คนสั่งผลิตป้ายควรรู้ก่อนเคาะแบบมีประมาณนี้

ป้ายที่ยื่นออกจากผนังอาคารแยกเป็นสองกรณี กรณีป้ายยื่นจากผนังอาคารที่ไม่มีกันสาด ยื่นได้ไม่เกิน 60 เซนติเมตร ส่วนต่ำสุดของป้ายต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3.25 เมตร และสูงไม่เกิน 1 ใน 3 ของความสูงอาคารและไม่เกิน 15 เมตร ส่วนกรณีป้ายเหนือกันสาดที่ไม่ยื่นจากผนัง สูงไม่เกิน 60 เซนติเมตร และมีพื้นที่ป้ายไม่เกิน 2.50 ตารางเมตร ส่วนป้ายบนหลังคาหรือดาดฟ้า กำหนดว่ายอดป้ายต้องไม่สูงเกิน 6 เมตรจากจุดสูงสุดของหลังคาหรือดาดฟ้าที่ติดตั้ง และไม่ยื่นเกินแนวผนังด้านนอกของอาคาร โดยพื้นที่ป้ายบนหลังคาถูกจำกัดไว้ไม่ให้เกิน 75 ตารางเมตร นอกจากนี้ป้ายต้องไม่บังช่องระบายอากาศ หน้าต่าง ประตู หรือทางหนีไฟ

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือป้ายโครงใหญ่ต้องมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงาน การรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นช่วยให้วางไทม์ไลน์ได้ถูก เพราะต้องเผื่อเวลาให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างและเซ็นแบบก่อนยื่นขออนุญาต ป้ายอาคารสูงที่ต้องใช้โครงและการติดตั้งบนที่สูงยังมีรายละเอียดด้านความปลอดภัยอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเราเล่าไว้แล้วในบทความ การติดตั้งงานหุ้มอาคารบนตึกสูงทำอย่างไรให้ปลอดภัย



ขั้นตอนยื่นขออนุญาตกับเขตหรือเทศบาล

การขออนุญาตก่อสร้างป้ายใช้เส้นทางเดียวกับการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร เจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองอาคารยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น สำหรับกรุงเทพมหานครคือสำนักงานเขตที่ตึกตั้งอยู่ ต่างจังหวัดคือเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล เอกสารหลักที่ต้องเตรียมได้แก่แบบแปลนป้ายและรายการคำนวณโครงสร้างที่วิศวกรลงนาม หนังสือยินยอมของเจ้าของอาคารหรือเจ้าของที่ดินในกรณีที่ผู้ขอไม่ใช่เจ้าของ สำเนาเอกสารสิทธิ์ และเอกสารของผู้ยื่น

เมื่อยื่นครบ เจ้าหน้าที่จะตรวจแบบและออกใบอนุญาตให้ จากนั้นจึงติดตั้งได้ ขั้นตอนนี้ทำครั้งเดียวตอนติดตั้งป้ายใหม่หรือเปลี่ยนโครงป้าย ไม่ต้องทำซ้ำทุกปีเหมือนภาษี สิ่งที่เราแนะนำลูกค้าเสมอคือให้แยกสองเรื่องนี้ออกจากกันในหัวตั้งแต่แรก เพราะถ้าแบบผ่านช้าป้ายที่ผลิตไว้ก็ได้แต่รอ



เรื่องที่สอง ภาษีป้ายคิดยังไง

พอป้ายติดตั้งเสร็จก็เข้าสู่เรื่องภาษีป้ายรายปีตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ผู้มีหน้าที่เสียคือเจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองป้าย โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย หรือแบบ ภ.ป.1 ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ยื่นและชำระได้ที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต แล้วแต่พื้นที่

อัตราภาษีป้ายที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นอัตราตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 หลักการคือยิ่งป้ายมีตัวอักษรต่างประเทศมากยิ่งเสียภาษีในอัตราสูง แบ่งเป็นสามประเภทหลักดังตารางด้านล่าง

ประเภทป้าย

อัตราภาษี ต่อ 500 ตร.ซม.

ป้ายอักษรไทยล้วน

5 บาท

ป้ายอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ ภาพ หรือเครื่องหมาย

26 บาท

ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย หรือมีอักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศ

50 บาท

สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มคือมีภาษีขั้นต่ำ ถ้าคำนวณออกมาแล้วไม่ถึง 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท และมีป้ายบางแบบที่ได้รับยกเว้น เช่น ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าซึ่งแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตร ป้ายชื่อเจ้าของสถานที่ในบางเงื่อนไข และป้ายในงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว รายการยกเว้นมีหลายกรณีจึงควรตรวจให้ครบก่อนสรุปว่าป้ายของคุณต้องเสียหรือไม่



วิธีคำนวณพื้นที่และภาษีป้าย

สูตรคำนวณตรงไปตรงมา วัดความกว้างคูณความสูงของป้ายเป็นเซนติเมตรเพื่อหาพื้นที่หน่วยตารางเซนติเมตร แล้วหารด้วย 500 ถ้าเหลือเศษให้ปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม จากนั้นคูณด้วยอัตราภาษีตามประเภทป้าย ผลที่ได้คือภาษีต่อปี

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติป้ายหน้าตึกขนาดกว้าง 300 เซนติเมตร สูง 200 เซนติเมตร พื้นที่จะเท่ากับ 60000 ตร.ซม. หารด้วย 500 ได้ 120 หน่วย ถ้าเป็นป้ายไทยปนอังกฤษที่คิดอัตราสมมติ 26 บาทต่อหน่วย ก็จะเสียภาษีปีละ 3120 บาท ตัวเลขอัตราในตัวอย่างนี้เป็นเพียงการสาธิตวิธีคิด ต้องยืนยันอัตราจริงจากกฎกระทรวงก่อนนำไปใช้

จุดที่คนสั่งผลิตป้ายวางแผนได้จากหน้าจอเลยคือชนิดตัวอักษร ป้ายที่ใส่อักษรต่างประเทศเข้าไปด้วยจะขยับจากอัตราป้ายไทยล้วนไปเป็นอัตราที่สูงขึ้นทันที ป้ายผืนใหญ่ที่ต่างกันแค่ประเภทตัวอักษรจึงมีภาษีต่างกันหลายเท่า เรื่องนี้ตัดสินใจได้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ใช่มารู้ตอนได้ใบประเมิน และพื้นที่ป้ายที่เป็นตัวตั้งของภาษีก็เป็นตัวแปรเดียวกับที่กำหนดต้นทุนผลิต ซึ่งเราแจกแจงไว้ในบทความ ปัจจัยที่กำหนดราคางานหุ้มอาคารและป้ายขนาดใหญ่



โรงพิมพ์ช่วยเรื่องเอกสารพวกนี้ได้แค่ไหน

ในทางปฏิบัติ ส่วนที่โรงพิมพ์ช่วยได้จริงคือข้อมูลตั้งต้นที่ทั้งงานขออนุญาตและงานภาษีต้องใช้ นั่นคือแบบป้าย ขนาดที่แม่นยำ วัสดุ และน้ำหนักโดยประมาณ ที่ Prodecal เราจัดเตรียมแบบและข้อมูลขนาดป้ายให้ลูกค้านำไปประกอบการยื่นเรื่องได้ และสำหรับป้ายโครงใหญ่เราประสานงานกับวิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงานเพื่อให้แบบผ่านการรับรองตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการยื่นคำขอและการเสียภาษีเป็นหน้าที่ของเจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องดำเนินการกับหน่วยงานท้องถิ่นเอง

สิ่งที่เราย้ำกับลูกค้าเสมอคือให้แยกสองเรื่องนี้ออกจากกันในหัวตั้งแต่แรก การขออนุญาตก่อสร้างเป็นเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างและทำครั้งเดียว ส่วนภาษีป้ายเป็นภาระรายปีที่ผูกกับพื้นที่และตัวอักษรบนป้าย พอแยกชัดแล้วการวางแผนงบและไทม์ไลน์ก็ง่ายขึ้นมาก



สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย

ป้ายบนตึกมีสองเรื่องคู่กัน เรื่องขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทำครั้งเดียวก่อนติดตั้ง ป้ายที่เข้าข่ายอาคารต้องยื่นขอต่อเขตหรือเทศบาลและมักต้องมีวิศวกรลงนาม กับเรื่องภาษีป้ายตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายใน 31 มีนาคมของทุกปี คิดตามพื้นที่และชนิดตัวอักษร ขั้นต่ำ 200 บาท ป้ายที่ใส่อักษรต่างประเทศเสียแพงกว่าป้ายไทยล้วน ที่เหลือคือการวางแผนซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่ขั้นออกแบบร่วมกับโรงพิมพ์ที่ทำป้ายอาคารเป็นประจำ





คำถามที่พบบ่อยเรื่องขออนุญาตและภาษีป้าย

ป้ายโฆษณาบนตึกต้องขออนุญาตก่อสร้างไหม

ขึ้นอยู่กับขนาดและวิธีติดตั้ง กฎหมายมองว่าป้ายบางแบบมีสถานะเป็นอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกฎกระทรวง พ.ศ. 2558 เกณฑ์ที่ใช้กันคือป้ายที่ติดหรือตั้งเหนือที่สาธารณะและสูงจากพื้นดินเกิน 2.50 เมตร โดยมีพื้นที่ป้ายเกิน 1 ตารางเมตร หรือมีน้ำหนักรวมทั้งโครงเกิน 10 กิโลกรัม จะเข้าข่ายเป็นอาคารและต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง นอกจากนี้ป้ายหรือโครงป้ายที่สูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไปเข้าข่ายเป็นอาคารทันทีโดยไม่ต้องดูเงื่อนไขอื่น

การขออนุญาตกับภาษีป้ายเป็นเรื่องเดียวกันไหม

เป็นคนละเรื่องกันและป้ายผืนเดียวอาจต้องทำทั้งสองอย่าง การขออนุญาตก่อสร้างอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งดูที่ขนาดและวิธีติดตั้ง ทำครั้งเดียวก่อนติดตั้ง ส่วนภาษีป้ายอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ซึ่งดูที่พื้นที่หน้าป้ายและชนิดตัวอักษร และต้องเสียทุกปีตราบที่ป้ายยังอยู่

ป้ายบนดาดฟ้าหรือหลังคามีข้อกำหนดขนาดอย่างไร

กฎกระทรวง พ.ศ. 2558 กำหนดว่ายอดป้ายต้องไม่สูงเกิน 6 เมตรจากจุดสูงสุดของหลังคาหรือดาดฟ้าที่ติดตั้ง ต้องไม่ยื่นเกินแนวผนังด้านนอกของอาคาร และพื้นที่ป้ายบนหลังคาถูกจำกัดไว้ไม่ให้เกิน 75 ตารางเมตร นอกจากนี้ป้ายต้องไม่บังช่องระบายอากาศ หน้าต่าง ประตู หรือทางหนีไฟ

ป้ายที่ยื่นออกจากผนังอาคารทำได้แค่ไหน

แยกเป็นสองกรณี กรณีป้ายยื่นจากผนังอาคารที่ไม่มีกันสาด ยื่นได้ไม่เกิน 60 เซนติเมตร ส่วนต่ำสุดของป้ายต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3.25 เมตร และสูงไม่เกิน 1 ใน 3 ของความสูงอาคารและไม่เกิน 15 เมตร ส่วนกรณีป้ายเหนือกันสาดที่ไม่ยื่นจากผนัง สูงได้ไม่เกิน 60 เซนติเมตร และมีพื้นที่ป้ายไม่เกิน 2.50 ตารางเมตร

ป้ายโครงใหญ่ต้องมีวิศวกรเซ็นแบบไหม

ต้องมี ป้ายโครงใหญ่ต้องมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงาน จุดนี้มีผลกับไทม์ไลน์โดยตรงเพราะต้องเผื่อเวลาให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างและเซ็นแบบก่อนยื่นขออนุญาต



บทความที่เกี่ยวข้อง



ดูบริการป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ของ Prodecal

ดูบริการงานหุ้มอาคารของ Prodecal



กำลังวางแผนติดตั้งป้ายหน้าตึกหรือป้ายบนดาดฟ้าและอยากรู้ว่าแบบของคุณต้องขออนุญาตหรือเสียภาษีเท่าไร ส่งแบบและขนาดมาให้เราช่วยประเมินได้ก่อนตัดสินใจ ปรึกษาทีม Prodecal ได้ที่ LINE หรือโทร 02 294 4617

เกี่ยวกับผู้เขียน
Apichad Mahatchariyakhun
Production Manager ที่ Prodecal ประสบการณ์กว่า 27 ปี ผ่านวงการพิมพ์ตั้งแต่ยุคเครื่อง electrostatic จนถึงยุค large format inkjet ดูแล production ครบวงจรตั้งแต่งานกราฟิก การคุมสี การพิมพ์ ไปจนถึงการติดตั้งงาน

เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ

เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ

เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ

ติดต่อขอใบเสนอราคา

ทีมงานจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

วัน-เวลาเปิดทำการ

จันทร์-เสาร์ เวลา 9:00 - 18:00น.

รองรับงานเร่ง งานขนาดใหญ่ และงาน Custom ตามไอเดียของคุณ

ติดต่อขอใบเสนอราคา

ทีมงานจะติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง

วัน-เวลาเปิดทำการ

จันทร์-เสาร์ เวลา 9:00 - 18:00น.

รองรับงานเร่ง งานขนาดใหญ่ และงาน Custom ตามไอเดียของคุณ

>