
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ท กรุงเทพ รับพิมพ์งานขนาดใหญ่ครบวงจร
โรงพิมพ์อิงค์เจ็ทในกรุงเทพที่รับงานพิมพ์ขนาดใหญ่ครบวงจร ตั้งแต่ป้ายไวนิล บิลบอร์ด หุ้มอาคาร กล่องไฟ ถึงหุ้มรถองค์กร ด้วยเครื่อง UV หน้ากว้างและมาตรฐาน 3M MCS

ป้ายโฆษณาบนตึกมีสองเรื่องที่คนสั่งผลิตป้ายมักถามรวมกันแต่จริงๆ เป็นคนละเรื่องกัน เรื่องแรกคือการขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งดูที่ขนาดและวิธีติดตั้งป้าย เรื่องที่สองคือภาษีป้ายรายปีตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ซึ่งดูที่พื้นที่และชนิดตัวอักษรบนหน้าป้าย ป้ายผืนเดียวกันจึงอาจต้องทำทั้งสองเรื่องพร้อมกัน คือขออนุญาตก่อนติดตั้งครั้งเดียว แล้วเสียภาษีทุกปีตราบที่ป้ายยังอยู่
คำถามนี้เป็นคำถามที่ฝ่ายการตลาดและฝ่ายอาคารถามทีมเราบ่อยตอนสั่งผลิตป้ายหน้าตึกหรือป้ายบนดาดฟ้า และเราสังเกตว่าบทความที่ตอบเรื่องนี้ส่วนใหญ่เขียนในมุมนักบัญชีที่โฟกัสตัวเลขภาษีอย่างเดียว แต่คนที่สั่งผลิตป้ายจริงต้องรู้มากกว่านั้น ต้องรู้ว่าป้ายขนาดเท่าไรถึงต้องขออนุญาต ใครเป็นคนยื่น ใช้เอกสารอะไร และภาพที่ออกแบบไว้จะทำให้เสียภาษีแพงขึ้นหรือไม่ ในฐานะโรงพิมพ์ที่ผลิตป้ายอาคารขนาดใหญ่มาต่อเนื่อง เราขอสรุปให้ครบในมุมของเจ้าของป้าย
กฎหมายมองว่าป้ายบางแบบมีสถานะเป็นอาคาร เพราะฉะนั้นการติดตั้งจึงต้องขออนุญาตเหมือนการก่อสร้าง หลักเกณฑ์อยู่ที่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกับกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นฉบับที่รวบรวมข้อกำหนดเรื่องป้ายไว้ด้วยกัน
เกณฑ์ที่ใช้กันคือป้ายที่ติดหรือตั้งเหนือที่สาธารณะและสูงจากพื้นดินเกิน 2.50 เมตร และมีพื้นที่ป้ายเกิน 1 ตารางเมตร หรือมีน้ำหนักรวมทั้งโครงเกิน 10 กิโลกรัม จะเข้าข่ายเป็นอาคารตามกฎหมาย ต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง นอกจากนี้ป้ายหรือโครงป้ายที่สูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไปเข้าข่ายเป็นอาคารทันทีโดยไม่ต้องดูเงื่อนไขอื่น ส่วนป้ายโครงเหล็กขนาดใหญ่บนดาดฟ้าหรือป้ายที่ยื่นออกจากตัวอาคารยิ่งชัดว่าต้องขออนุญาต เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างและคนที่สัญจรข้างล่าง
แปลเป็นภาษาหน้างานคือป้ายไวนิลผืนเล็กที่แขวนในรั้วหรือติดผนังชั้นล่างมักไม่ถึงเกณฑ์ แต่ป้ายกล่องไฟหน้าตึก ป้ายตัวอักษรโลหะขนาดใหญ่ ป้ายโครงเหล็กบนดาดฟ้า และป้ายที่ยื่นออกมาเหนือทางเดิน เกือบทั้งหมดต้องขออนุญาต ถ้าไม่แน่ใจว่าป้ายของคุณเข้าเกณฑ์ไหน วิธีที่เร็วที่สุดคือถามฝ่ายโยธาของสำนักงานเขตหรือเทศบาลที่ตึกตั้งอยู่ก่อนสั่งผลิต เพราะแต่ละท้องที่อาจมีข้อบัญญัติเพิ่มเติม
กฎกระทรวง พ.ศ. 2558 กำหนดรายละเอียดที่มีผลกับการออกแบบป้ายโดยตรง จุดที่คนสั่งผลิตป้ายควรรู้ก่อนเคาะแบบมีประมาณนี้
ป้ายที่ยื่นออกจากผนังอาคารแยกเป็นสองกรณี กรณีป้ายยื่นจากผนังอาคารที่ไม่มีกันสาด ยื่นได้ไม่เกิน 60 เซนติเมตร ส่วนต่ำสุดของป้ายต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3.25 เมตร และสูงไม่เกิน 1 ใน 3 ของความสูงอาคารและไม่เกิน 15 เมตร ส่วนกรณีป้ายเหนือกันสาดที่ไม่ยื่นจากผนัง สูงไม่เกิน 60 เซนติเมตร และมีพื้นที่ป้ายไม่เกิน 2.50 ตารางเมตร ส่วนป้ายบนหลังคาหรือดาดฟ้า กำหนดว่ายอดป้ายต้องไม่สูงเกิน 6 เมตรจากจุดสูงสุดของหลังคาหรือดาดฟ้าที่ติดตั้ง และไม่ยื่นเกินแนวผนังด้านนอกของอาคาร โดยพื้นที่ป้ายบนหลังคาถูกจำกัดไว้ไม่ให้เกิน 75 ตารางเมตร นอกจากนี้ป้ายต้องไม่บังช่องระบายอากาศ หน้าต่าง ประตู หรือทางหนีไฟ
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือป้ายโครงใหญ่ต้องมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงาน การรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นช่วยให้วางไทม์ไลน์ได้ถูก เพราะต้องเผื่อเวลาให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างและเซ็นแบบก่อนยื่นขออนุญาต ป้ายอาคารสูงที่ต้องใช้โครงและการติดตั้งบนที่สูงยังมีรายละเอียดด้านความปลอดภัยอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเราเล่าไว้แล้วในบทความ การติดตั้งงานหุ้มอาคารบนตึกสูงทำอย่างไรให้ปลอดภัย
การขออนุญาตก่อสร้างป้ายใช้เส้นทางเดียวกับการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร เจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองอาคารยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น สำหรับกรุงเทพมหานครคือสำนักงานเขตที่ตึกตั้งอยู่ ต่างจังหวัดคือเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล เอกสารหลักที่ต้องเตรียมได้แก่แบบแปลนป้ายและรายการคำนวณโครงสร้างที่วิศวกรลงนาม หนังสือยินยอมของเจ้าของอาคารหรือเจ้าของที่ดินในกรณีที่ผู้ขอไม่ใช่เจ้าของ สำเนาเอกสารสิทธิ์ และเอกสารของผู้ยื่น
เมื่อยื่นครบ เจ้าหน้าที่จะตรวจแบบและออกใบอนุญาตให้ จากนั้นจึงติดตั้งได้ ขั้นตอนนี้ทำครั้งเดียวตอนติดตั้งป้ายใหม่หรือเปลี่ยนโครงป้าย ไม่ต้องทำซ้ำทุกปีเหมือนภาษี สิ่งที่เราแนะนำลูกค้าเสมอคือให้แยกสองเรื่องนี้ออกจากกันในหัวตั้งแต่แรก เพราะถ้าแบบผ่านช้าป้ายที่ผลิตไว้ก็ได้แต่รอ
พอป้ายติดตั้งเสร็จก็เข้าสู่เรื่องภาษีป้ายรายปีตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ผู้มีหน้าที่เสียคือเจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองป้าย โดยยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย หรือแบบ ภ.ป.1 ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ป้ายตั้งอยู่ ภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี ยื่นและชำระได้ที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต แล้วแต่พื้นที่
อัตราภาษีป้ายที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นอัตราตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีป้าย พ.ศ. 2563 ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 หลักการคือยิ่งป้ายมีตัวอักษรต่างประเทศมากยิ่งเสียภาษีในอัตราสูง แบ่งเป็นสามประเภทหลักดังตารางด้านล่าง
ประเภทป้าย | อัตราภาษี ต่อ 500 ตร.ซม. |
|---|---|
ป้ายอักษรไทยล้วน | 5 บาท |
ป้ายอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศ ภาพ หรือเครื่องหมาย | 26 บาท |
ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย หรือมีอักษรไทยอยู่ใต้อักษรต่างประเทศ | 50 บาท |
สิ่งที่ต้องรู้เพิ่มคือมีภาษีขั้นต่ำ ถ้าคำนวณออกมาแล้วไม่ถึง 200 บาท ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท และมีป้ายบางแบบที่ได้รับยกเว้น เช่น ป้ายที่แสดงไว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าซึ่งแต่ละป้ายมีพื้นที่ไม่เกิน 3 ตารางเมตร ป้ายชื่อเจ้าของสถานที่ในบางเงื่อนไข และป้ายในงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว รายการยกเว้นมีหลายกรณีจึงควรตรวจให้ครบก่อนสรุปว่าป้ายของคุณต้องเสียหรือไม่
สูตรคำนวณตรงไปตรงมา วัดความกว้างคูณความสูงของป้ายเป็นเซนติเมตรเพื่อหาพื้นที่หน่วยตารางเซนติเมตร แล้วหารด้วย 500 ถ้าเหลือเศษให้ปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็ม จากนั้นคูณด้วยอัตราภาษีตามประเภทป้าย ผลที่ได้คือภาษีต่อปี
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติป้ายหน้าตึกขนาดกว้าง 300 เซนติเมตร สูง 200 เซนติเมตร พื้นที่จะเท่ากับ 60000 ตร.ซม. หารด้วย 500 ได้ 120 หน่วย ถ้าเป็นป้ายไทยปนอังกฤษที่คิดอัตราสมมติ 26 บาทต่อหน่วย ก็จะเสียภาษีปีละ 3120 บาท ตัวเลขอัตราในตัวอย่างนี้เป็นเพียงการสาธิตวิธีคิด ต้องยืนยันอัตราจริงจากกฎกระทรวงก่อนนำไปใช้
จุดที่คนสั่งผลิตป้ายวางแผนได้จากหน้าจอเลยคือชนิดตัวอักษร ป้ายที่ใส่อักษรต่างประเทศเข้าไปด้วยจะขยับจากอัตราป้ายไทยล้วนไปเป็นอัตราที่สูงขึ้นทันที ป้ายผืนใหญ่ที่ต่างกันแค่ประเภทตัวอักษรจึงมีภาษีต่างกันหลายเท่า เรื่องนี้ตัดสินใจได้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ใช่มารู้ตอนได้ใบประเมิน และพื้นที่ป้ายที่เป็นตัวตั้งของภาษีก็เป็นตัวแปรเดียวกับที่กำหนดต้นทุนผลิต ซึ่งเราแจกแจงไว้ในบทความ ปัจจัยที่กำหนดราคางานหุ้มอาคารและป้ายขนาดใหญ่
ในทางปฏิบัติ ส่วนที่โรงพิมพ์ช่วยได้จริงคือข้อมูลตั้งต้นที่ทั้งงานขออนุญาตและงานภาษีต้องใช้ นั่นคือแบบป้าย ขนาดที่แม่นยำ วัสดุ และน้ำหนักโดยประมาณ ที่ Prodecal เราจัดเตรียมแบบและข้อมูลขนาดป้ายให้ลูกค้านำไปประกอบการยื่นเรื่องได้ และสำหรับป้ายโครงใหญ่เราประสานงานกับวิศวกรผู้ออกแบบและควบคุมงานเพื่อให้แบบผ่านการรับรองตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการยื่นคำขอและการเสียภาษีเป็นหน้าที่ของเจ้าของป้ายหรือผู้ครอบครองอาคารที่ต้องดำเนินการกับหน่วยงานท้องถิ่นเอง
สิ่งที่เราย้ำกับลูกค้าเสมอคือให้แยกสองเรื่องนี้ออกจากกันในหัวตั้งแต่แรก การขออนุญาตก่อสร้างเป็นเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างและทำครั้งเดียว ส่วนภาษีป้ายเป็นภาระรายปีที่ผูกกับพื้นที่และตัวอักษรบนป้าย พอแยกชัดแล้วการวางแผนงบและไทม์ไลน์ก็ง่ายขึ้นมาก
ป้ายบนตึกมีสองเรื่องคู่กัน เรื่องขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ทำครั้งเดียวก่อนติดตั้ง ป้ายที่เข้าข่ายอาคารต้องยื่นขอต่อเขตหรือเทศบาลและมักต้องมีวิศวกรลงนาม กับเรื่องภาษีป้ายตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ที่ต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายใน 31 มีนาคมของทุกปี คิดตามพื้นที่และชนิดตัวอักษร ขั้นต่ำ 200 บาท ป้ายที่ใส่อักษรต่างประเทศเสียแพงกว่าป้ายไทยล้วน ที่เหลือคือการวางแผนซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่ขั้นออกแบบร่วมกับโรงพิมพ์ที่ทำป้ายอาคารเป็นประจำ
ป้ายโฆษณาบนตึกต้องขออนุญาตก่อสร้างไหม
ขึ้นอยู่กับขนาดและวิธีติดตั้ง กฎหมายมองว่าป้ายบางแบบมีสถานะเป็นอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกฎกระทรวง พ.ศ. 2558 เกณฑ์ที่ใช้กันคือป้ายที่ติดหรือตั้งเหนือที่สาธารณะและสูงจากพื้นดินเกิน 2.50 เมตร โดยมีพื้นที่ป้ายเกิน 1 ตารางเมตร หรือมีน้ำหนักรวมทั้งโครงเกิน 10 กิโลกรัม จะเข้าข่ายเป็นอาคารและต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนติดตั้ง นอกจากนี้ป้ายหรือโครงป้ายที่สูงจากระดับพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไปเข้าข่ายเป็นอาคารทันทีโดยไม่ต้องดูเงื่อนไขอื่น
การขออนุญาตกับภาษีป้ายเป็นเรื่องเดียวกันไหม
เป็นคนละเรื่องกันและป้ายผืนเดียวอาจต้องทำทั้งสองอย่าง การขออนุญาตก่อสร้างอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งดูที่ขนาดและวิธีติดตั้ง ทำครั้งเดียวก่อนติดตั้ง ส่วนภาษีป้ายอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ซึ่งดูที่พื้นที่หน้าป้ายและชนิดตัวอักษร และต้องเสียทุกปีตราบที่ป้ายยังอยู่
ป้ายบนดาดฟ้าหรือหลังคามีข้อกำหนดขนาดอย่างไร
กฎกระทรวง พ.ศ. 2558 กำหนดว่ายอดป้ายต้องไม่สูงเกิน 6 เมตรจากจุดสูงสุดของหลังคาหรือดาดฟ้าที่ติดตั้ง ต้องไม่ยื่นเกินแนวผนังด้านนอกของอาคาร และพื้นที่ป้ายบนหลังคาถูกจำกัดไว้ไม่ให้เกิน 75 ตารางเมตร นอกจากนี้ป้ายต้องไม่บังช่องระบายอากาศ หน้าต่าง ประตู หรือทางหนีไฟ
ป้ายที่ยื่นออกจากผนังอาคารทำได้แค่ไหน
แยกเป็นสองกรณี กรณีป้ายยื่นจากผนังอาคารที่ไม่มีกันสาด ยื่นได้ไม่เกิน 60 เซนติเมตร ส่วนต่ำสุดของป้ายต้องสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3.25 เมตร และสูงไม่เกิน 1 ใน 3 ของความสูงอาคารและไม่เกิน 15 เมตร ส่วนกรณีป้ายเหนือกันสาดที่ไม่ยื่นจากผนัง สูงได้ไม่เกิน 60 เซนติเมตร และมีพื้นที่ป้ายไม่เกิน 2.50 ตารางเมตร
ป้ายโครงใหญ่ต้องมีวิศวกรเซ็นแบบไหม
ต้องมี ป้ายโครงใหญ่ต้องมีวิศวกรผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ออกแบบและควบคุมงาน จุดนี้มีผลกับไทม์ไลน์โดยตรงเพราะต้องเผื่อเวลาให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างและเซ็นแบบก่อนยื่นขออนุญาต
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบริการป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ของ Prodecal
ดูบริการงานหุ้มอาคารของ Prodecal
กำลังวางแผนติดตั้งป้ายหน้าตึกหรือป้ายบนดาดฟ้าและอยากรู้ว่าแบบของคุณต้องขออนุญาตหรือเสียภาษีเท่าไร ส่งแบบและขนาดมาให้เราช่วยประเมินได้ก่อนตัดสินใจ ปรึกษาทีม Prodecal ได้ที่ LINE หรือโทร 02 294 4617