งานพิมพ์ขนาดใหญ่จะออกมาคมและสีตรงแค่ไหน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับไฟล์ที่ส่งมา ไฟล์ที่เตรียมถูกตั้งแต่ต้นช่วยลดงานแก้ ลดรอบพิมพ์ซ้ำ และทำให้งานออกตรงตามที่นักออกแบบตั้งใจ
คู่มือนี้เล่าจากมุมคนคุมการผลิตว่าไฟล์ที่เรารับมาแล้วพิมพ์ได้เลยควรเป็นยังไง รวมห้าเรื่องหลักที่นักออกแบบและเอเจนซี่ควรรู้ก่อนส่งไฟล์
DPI ไม่ใช่ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ขึ้นกับระยะมอง ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่างานใหญ่ต้อง 300 DPI เสมอ ความจริงคือความละเอียดที่ต้องการขึ้นอยู่กับระยะที่คนยืนมอง ไม่ใช่ขนาดป้าย ป้ายยิ่งไกล ค่า DPI ยิ่งลดลงได้
ระยะมอง
ประเภทงาน
DPI ที่พอ
ใกล ต่ำกว่า 2 เมตร
โปสเตอร์ ป้ายตั้งโต๊ะ
150 ถึง 300
กลาง 2 ถึง 4 เมตร
สติกเกอร์หน้าร้าน กล่องไฟ
100 ถึง 150
ไกล 4 เมตรขึ้นไป
Building Wrap ป้ายตึกสูง
25 ถึง 50
ไกลมาก 50 เมตรขึ้นไป
บิลบอร์ดริมถนน
15 ถึง 25
สำหรับไฟล์ที่ใหญ่มากจนทำที่ขนาดจริงไม่ไหว วิธีที่นิยมใช้คือออกแบบที่สัดส่วน เช่น 25 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของขนาดจริงที่ความละเอียดสูงสุด แล้วระบุ DPI ให้ชัด เครื่อง RIP จะขยายไฟล์ขึ้นตอนพิมพ์จริงได้เอง อ่านเพิ่มได้ที่ Print Resolution คืออะไร DPI LPI PPI ต่างกันยังไง และ RIP Software ทำงานยังไง
เวกเตอร์กับภาพ raster ใช้คนละงาน โลโก้ ตัวอักษร และกราฟิกเส้นคมควรเป็นไฟล์เวกเตอร์เสมอ เพราะเวกเตอร์ขยายได้ไม่จำกัดขนาดโดยไม่แตก ส่วนภาพถ่ายจริงใช้ไฟล์ raster ตามตาราง DPI ข้างบน
อีกจุดที่ลืมบ่อยคือฟอนต์ ก่อนส่งไฟล์ควร outline หรือฝังฟอนต์มาให้เรียบร้อยเสมอ ไม่อย่างนั้นตัวอักษรอาจเพี้ยนไปเป็นฟอนต์อื่นตอนเปิดไฟล์ที่เครื่องพิมพ์
โหมดสี ส่ง CMYK และระบุสีแบรนด์ หน้าจอใช้ระบบสี RGB ซึ่งกว้างกว่าสีที่เครื่องพิมพ์ทำได้จริง ถ้าส่งไฟล์มาเป็น RGB แล้วปล่อยให้ RIP แปลงเองตอนพิมพ์ สีมักเพี้ยน คำแนะนำของผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง HP คือให้แปลงเป็น CMYK และฝัง ICC profile มาให้เรียบร้อยตั้งแต่ออกแบบ
สำหรับสีโลโก้หรือสีแบรนด์ที่ต้องตรงเป๊ะ ควรระบุเป็นค่า Pantone มาด้วย โดยเฉพาะงานที่มีสีแบรนด์ไม่กี่สี ส่วนภาพถ่ายใช้ระบบ CMYK ได้ แต่สีจะตรงแค่ไหนต้อง proof บนวัสดุจริง อ่านต่อที่ ทำไมต้อง Proof สีก่อนพิมพ์จริง
เผื่อตัดตก และระยะปลอดภัย งานใหญ่ต้องเผื่อขอบตัดตก หรือ bleed ประมาณข้างละหนึ่งส่วนสี่นิ้วถึงครึ่งนิ้ว เพื่อกันขอบขาวเวลาตัด ส่วนระยะปลอดภัยหรือ safe area ควรเก็บข้อความและโลโก้สำคัญห่างจากขอบอย่างน้อยหนึ่งนิ้ว
สำหรับป้ายไวนิลที่มีตาไก่หรือปลอกร้อยเสา ควรเผื่อขอบตรงจุดเหล่านี้มากขึ้นเป็นสองถึงสามนิ้ว เพราะตาไก่และรอยเย็บจะกินพื้นที่ขอบไป ถ้าวางโลโก้ชิดขอบเกินไปจะโดนบังหรือถูกเจาะ
ไฟล์ที่ควรส่ง และการต่อพาเนล ไฟล์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับงานพิมพ์คือ PDF/X ซึ่งฝังฟอนต์และคุมสีมาให้แล้ว แบบ PDF/X-1a เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการความเข้ากันได้ทุกเครื่อง ส่วน PDF/X-4 เหมาะกับระบบที่คุมสีด้วย ICC ส่วนภาพ raster ควรเป็น TIFF มากกว่า JPEG เพราะไม่บีบอัดจนเสียรายละเอียด
งานขนาดใหญ่ที่ต้องต่อหลายพาเนลต้องเผื่อระยะซ้อนระหว่างแผ่นไว้สำหรับติดตั้ง โดยทั่วไปมักเผื่อราวสองนิ้วแล้วตัดกลางรอยต่อให้เนียน เรื่องการต่อพาเนลให้สีเนียนอ่านต่อที่ ทำไมงานพิมพ์ต่อพาเนลสีไม่เท่ากัน และวิธีแก้
เช็กลิสต์ก่อนส่งไฟล์ ก่อนกดส่งงานลองไล่เช็กห้าข้อนี้
ตั้ง DPI ตามระยะมองจริง ไม่ต้อง 300 ทุกงาน
โลโก้และตัวอักษรเป็นเวกเตอร์ และ outline ฟอนต์แล้ว
ส่ง CMYK ฝัง ICC และระบุ Pantone ของสีแบรนด์
มี bleed และ safe area เผื่อตาไก่หรือปลอกร้อยเสา
ส่งเป็น PDF/X หรือ TIFF และระบุขนาดจริงของงาน
ไฟล์ที่เตรียมตามนี้ช่วยลดรอบแก้ไปได้มาก และทำให้สีที่ออกตรงตามที่แบรนด์ตั้งใจมากขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูบริการงานพิมพ์ขนาดใหญ่ของ Prodecal
ไม่แน่ใจว่าไฟล์งานของคุณพร้อมพิมพ์ไหม ส่งไฟล์มาให้ทีมเราช่วยตรวจก่อนพิมพ์ได้ ปรึกษาทีม Prodecal ได้ที่ LINE หรือโทร 02 294 4617